บานเถิดความรักแม้...จะเจ็บปวดก็จงรักต่อไป
posted on 07 Oct 2009 18:45 by granary-brown in FanFicบานเถิดความรักแม้...จะเจ็บปวดก็จงรักต่อไป
ค่ำคืนมาเยือนแล้ว ความหนาวยะเยือกที่แผ่ปกคลุมอยู่ก็ทูนทวีความรุนแรงจนแสนสาหัต
เรือนร่างภายใต้ชุดเกราะสีน้ำรักษ์วาววับจับต้องแสงสลัวสีนวลเย็นตาของจันทร์เสี้ยวที่ลอยเลื่อนอยู่บนท้องนภาสีขุ่นคราม ร่างนั้นเยื้องก้าวผ่านเข้ามาท่ามกลางดงหมอกหนาราวม่านเมฆพลางสอดสายตาระแวดระวังไปโดยรอบซากปรักหักพังกองทับถมของบ้านเรือนที่อยู่อาศัย
เสียงระฆังบุโรโกโสแขวนห้อยต่องแต่งดังเง้งง้างอย่างเศร้าสร้อยแว่วอยู่ในอากาศบ่งบอกให้ผู้มาเยือนทราบได้ว่าสิ่งปลูกร้างขนาดใหญ่ที่เหลือแต่โครงข้างหน้าคือโบสถ์เก่าแก่หลังหนึ่งซึ่งคงจะเคยงดงามไปด้วยจิตศรัทธาในองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นอย่างมาก
“ไม่หนะ…หนาวบ้างหรือ” เสียงสั่นถามมาจากอีกฟากหนึ่งของม่านหมอกที่อยู่เบื้องหลังซึ่งเคลื่อนไหวเป็นควันคลุ้งด้วยแรงของสายลมโบยโบกมาจากเหนือน่านน้ำสีครามเข้มของท้องทะเลที่พอรู้ได้ว่าอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ไป
หมอกจากหายไปแล้วเผยให้เห็นหนุ่มน้อยร่างบางในชุดเซอร์พลีสสีต่างกันสาวเท้าใกล้เข้ามามาพร้อมกับตะเกียงดวงน้อย
“หึ ๆ แทนที่จะห่วงข้า” ร่างสูงกำยำกว่ากล่าวอย่างทะนง “ห่วงตัวเจ้าเองก่อนเถิดไออาคอส เพราะข้าไม่ชอบให้ใครมาเกะกะหากมันขวางหูขวางตานักข้าจำจัดมันทิ้ง” ชายหนุ่มโน้มเข้ากระซิบข้างใบหู “อาจเป็นเจ้าในวันข้างหน้าก็ได้” สิ้นถ้อยคำก็ผละถอยทิ้งให้เด็กหนุ่มสั่นเทิ้มไปทั้งตัวด้วยโทสะ
“อย่าทะนงให้มากนักมีนอส” ไออาคอสแผดร้องด้วยความเคืองอกเคืองใจ “ข้าเองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเจ้า เจ้าไม่มีสิทธิ์มาดูถูกข้าด้วย” ดวงตาคู่สวยส่องประกายกล้าอย่างท้าทาย สีเข้มที่ขึ้นจับไปทั่วดวงหน้าแต่งแต้มให้ดูน่ารักอย่างเป็นธรรมชาติมากกว่าจะดูน่ากลัว
มีนอสมองไออาคอสที่ทำท่าเป็นเด็กน้อยไม่พอใจ จมูกที่แสนจิ้มลิ้มเชิดขึ้นด้วยความดื้อรั้นค้อนใส่เขาอย่างใสบริสุทธิ์ ขณะสะบัดกายเดินนำหน้าเขาไป
‘เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม…จะว่าไปก็ไม่เหมือน’ ความคิดแสนประหลายผุดผวยขึ้นมาในใจทำให้ชายหนุ่มต้องถอนใจใหญ่ ‘เหมือนเด็กผู้หญิงหรือ คิดได้อย่างไรหนอเราแต่ไม่เหมาะเหลือเกิน ดื้อเอาแต่ใจกว่าที่ควรจะมาเป็นตรีทูตนัก’
ไออาคอสสาวเท้าเดินอย่างรวดเร็วด้วยแรงอารมณ์ ‘มีนอส มีนอส มีนอสคนไร้หัวใจ โหดเหี้ยมอำมหิต เจ้าเล่ห์นักนึกเกลียดขี้หน้าจนไม่อยากมอง’
“เจ้าเตี้ย” เรียวแขนกว้างของมีนอสกางกันให้ไออาคอสหยุดเดินอยู่แค่นั้น สีแห่งความโกรธกระจายไปทั่วดวงหน้าอีกครั้ง หากเด็กหนุ่มเองก็เริ่มรู้แล้วว่ามีบางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้จึงควรสงบปากสงบคำเอาไว้แล้วค่อยจัดการชำระบัญชีในภายหลัง
มีนอสลากไออาคอสมาหลบอยู่ตรงมุมหนึ่งของซากโบสถ์ได้แล้วจึงคอยเฝ้ารอให้ ‘สิ่งนั้น’ เผยปรากฏอย่างใจจดใจจ่อ
เสียงกองอิฐเลื่อนล้มครืนคราน แผ่นไม้ดังลั่นเอียดอาดระเนระนาดเพราะความผุกร่อนจากทุกขาทุกก้าวของอสุรกายสีขาวเผือกที่เหยียบย่ำคลำคลานด้วยขนาดร่างกายอันมโหฬาร มันมีสามขาอยู่ด้านหลัง คอยตามขาอีกสามที่ลากเดินอยู่ข้างหน้า ดวงตาสีแดงกลิ้งกลอกหลุกหลิกอยู่ในเป้าตาหลวมโพรกที่บุ๋มลงไปบนกะโหลกอันโป่งนูนของมัน
อสุรกายแมงมุมมนุษย์เพศผู้คำรามร้องด้วยความหิว หลายคืนแล้วที่มันหาเหยื่อไม่ได้มันคิดลังเลอยู่นานหลายวันว่าจะเจอหญิงหรือชายก่อนเพราะหากเจอมนุษย์ผู้หญิงมันจะเสพสังวาลพวกเธอก่อนจึงค่อยกินแต่หากเป็นผู้ชายแล้วละก็มันจะฆ่าเสีย มันไม่ต้องการให้เพศผู้เพศเดียวกับมันอยู่บนโลกใบเดียวกันแต่ทว่ามันก็หิวเหลือเกิน
ไออาคอสมองแมงมุมมนุษย์อสูรร้ายที่หลุดหนีออกมาจากนรกเป็นเวลายาวนานกว่าห้าสิบปีอย่างสะอิดสะเอียนเพราะกลิ่นสาบสางของไอปีศาจมันรุนแรงไม่แพ้กันกับเศษซากศพที่ติดกรังอยู่กับร่างกายของมัน เพราะเช่นนี้นี่เองที่ทำให้มันหลบหนีการตามล่าได้ทุกครั้ง ปีศาจตนนี้ไม่มีรังเป็นของตัวเองมันจะแบกร่างของเหยื่อไปทุกที่และค่อย ๆ กินที่ละนิด
“เป็นอะไรกลัวแล้วหรือไง”
“หุบปากซะมีนอส ข้าจะจัดการมันเอง”
“ไม่ได้เจ้าต้องรั้งท้ายข้า พลังของเจ้าถ้าสู้ประชิดตัวมันจะทำร้ายตัวเจ้าเองด้วย”
“เฮอะงานนี้ข้าจะได้กำจัดทั้งคนทั้งปีศาจไปด้วยหรือนี่กำไรดีอะไรเช่นนี้” ดวงตาสีอเมทิสต์คู่งามตวัดมองคนตรงหน้าอย่างดุ ๆ “เป็นบ้าจนไม่ห่วงตัวเองแล้วใช่ไหม” เสียงสูงถามกระซิบ
ประหลาดใจนัก และความประหลาดใจนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ แต่แล้วความโกรธก็กลับกลายเป็นความกระดากอายได้อย่างน่าประหลาดใจเป็นที่สุด เมื่อคนร่างเล็กกว่าคาดหวังว่าคนร่างสูงจะไม่พอใจอย่างเคย แต่แล้วสีหน้าที่คาดหวังว่าจะได้เห็นกลายเป็นอีกแบบที่ไม่เคยสัมผัส
“มะ…มองแบบนี้หมายความว่าไง” ไออาคอสบ่นว่าหัวใจเจ้ากรรมที่มันทรยศโดยการเต้นผิดจังหวะเพียงแค่ถูกดวงตาต่างสีทอดมองให้รู้สึกอึดอัด
“หน้าแดงทำไมล่ะ” คำถามย้อนคำถามยั่วยิ้มอย่างนึกสนุก “กิตันกิก เฟเธอร์แฟล็บ”
คลื่นพลังคอสโมรุนแรงกวาดรัศมีการโจมตีตรงไปสู่แมงมุมมนุษย์ ทั่วอาณาบริเวณกว่างโล่งร้างมอดไหม้ไปหมด เจ้าอสุรกายโกรธกลัวสุดขีดแผดเสียงหวีดก้องประหนึ่งจะสิ้นใจดังก้องไปทั่วฟ้า
“อ๊ากกกกกกกกกกกก”
ท่ามกลางความพินาศสิ้นมีเสียงหัวเราะสนุกสนานของมีนอสเท่านั้นดังแข่งกับเสียงร้องทุรนทุรายของอสุรกาย ดวงตาไร้แววว่างเปล่าของชายหนุ่มจับจ้องมันพลางยิ้มบางให้กับภาพตรงหน้าอย่างไร้ความรู้สึก ซากเมืองที่เคยเห็นก็หายไปเพียงวับตา เปลวเพลิงลามเลียไปทั่วทุกสารทิศและลุกไหม้ปะทุขึ้นสูงอย่างเริงร่าราวกับเต้นรำอยู่ในงานเลี้ยงใหญ่
“ทุกสิ่งจะถูกกลืนกินกลับไปสู่ความว่างเปล่าเสมอ” ไออาคอสพึมพำขณะเฝ้ามองศีรษะมนุษย์ของแมงมุมมนุษย์กรีดร้อง ปากขากรรไกรในแบบของแมงมุมขยับขึ้นลงบ่งบอกถึงความเจ็บปวด แต่ทว่ามันก็กลับแสยะยิ้มขึ้นมาในบันดล เมื่อมันหันมาเห็นเด็กหนุ่มเข้าแล้ว
“ฮี่ฮี่ฮี่ อยู่ตรงนั้นเองเราะ”
ไออาคอสรู้สึกแข็งเป็นหินขณะสบตากับมันกว่าจะรู้ตัวอีกทีตนเองก็ตกอยู่ในอ้อมแขนของร่างสูงแล้ว แมงมุมมนุษย์หรี่ตามองอย่างเจ้าเล่ห์มันส่ายหัวไปมาอย่างสุขสมขาขยุบขยับทั้งหกก็เต้นระริกระรี้
“เป็นอะไรไป” ชายหนุ่มเขย่าตัวเพื่อนร่วมตำแหน่งแต่กลับเป็นการทำให้เซอร์พลีสการูด้าที่กำลังแข็งเป็นหินค่อย ๆ แตกออกจากการสวมใส่ ส่วนไออาคอสที่ไม่ได้กลายเป็นหินไปด้วยรู้สึกหนักอึ้งไปทั่วร่างจนขยับเขยื้อนไม่ได้
“ฮี่ๆๆ ทิ้งเพื่อนเจ้าเอาไว้สิไอ้หนุ่มแล้วข้าจะปล่อยเจ้าไป”
“ไม่ต้องบอกก็จะทิ้งอยู่แล้ว” ชายหนุ่มโยนทิ้งร่างอันอ่อนปวกเปียกไปแทบกรงขาของเจ้าอสุรกายอ่างไม่ใยดี “แต่ขอถามหน่อยได้ไหม จะเอาของไร้ประโยชน์อย่างนั้นไปทำอะไร”
“ฮี่ๆๆ มะเห็นต้องถามเลย ฮี่ๆๆ” มันเลียไปรอบริมฝีปากอันน่าขยะแขยงที่เต็มไปด้วยน้ำลายไหลหนืดนอง “ตัวข้าเกิดจากจิตใจอันมืดมนในกามมิจฉาของมนุษย์ ดังนั้นข้าจะฉีกเสื้อผ้าเพื่อนเจ้าให้เปลือยล่อนจ้อนข้าจะห้อยหัวมัดไว้กับเสาข้ามวันข้ามคืนก่อนแล้วค่อยฉีกแขนขากินที่ละนิดที่ละน้อย แต่ระหว่างนั้นข้าจะรักมันเอ็นดูมันข้าจะเลียไปทั่วทั้งตัว จะขบจะกัดตรงเนื้อนิ่ม ๆ คอยฟังเสียงร้องครวญครางตอนปู้ยี่ปู้ยำมัน โอ้ว! ยิ่งตอนที่ข้า…ฮี่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
มันกำลังสุขสม มีความสุขกับในโลกแห่งจินตนาการอันหยาบช้าของมัน หลายร้อยหลายพันรายแล้วที่ต้องตกเป็นเหยื่อและลงเอยอย่างน่าสังเวช อสุรกายตนนี้คิดว่าการคายแผนการโสมมของมันจะทำให้ยมทูตหนุ่มหวาดกลัวจนหนีกลับไปเหมือนครั้งก่อน ๆ แต่มันคิดผิด
“งั้นรึ?” มีนอสกล่าวสั้น ๆ ก่อนจะวาดแขนเข้าหาลำตัวพร้อมกันนั้นขาหน้าทั้งสามข้างของอสุรกายแมงมุมมนุษย์ก็ปิดงอขึ้นและหักโค้งบิดเบี้ยวอย่างผิดรูป มันโหยหวนอย่างโกรธแค้น
“ไอ้มนุษย์แกทำอะไรข้า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
จิตสังหารท่วมท้นเข้าครอบงำจิตใจของชายหนุ่ม เป็นทั้งความชิงชัง กราดเกรี้ยว และสะอิดสะเอียนผสมปนเปกัน ความรู้สึกเหล่านี้ถ่ายทอดออกมาเป็นกระแสพลังทมิฬจนไออาคอสรู้สึกถึงได้ว่าชายคนนี้ร้ายกาจเพียงใด
อสุรกายร้ายก็รู้สึกเช่นกัน มันตระหนักว่าครั้งนี้ไม่เหมือนกับที่ผ่าน ๆ มามันจึงยืดร่างกายอันมโหฬารของมันขึ้นด้วยขาหลังทั้งสามจนดูราวสูงเทียมฟ้า แล้วโถมตัวเข้าใส่หมายทับร่างศัตรูของมันให้แหลกเหลว หากแต่กลับมีบางสิ่งที่มองไม่เห็นรั้งร่างของมันเอาไว้แมงมุมมนุษย์โหยร้องลั่นเสียงหวีดแหลมของมันราวกับจะปลุกคนตายให้ลุกขึ้นมาช่วยก็มิปาน
“เนื้อร้ายต้องตัดทิ้งอะไรที่ทำประโยชน์ไม่ได้ก็มิควรเอาไว้นะ” คราวนี้มีนอสสะบัดแขนออกนอกลำตัวเหมือนเป็นสัญญาณให้มือที่มองไม่เห็นทั้งหลายตัดขาทั้งหกข้างและแยกร่างของเจ้าอสุรกายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
“อสูรอย่างเจ้าต้องสังหารด้วยไฟสินะ” ชายหนุ่มกล่าวถ้อยคำเจรจาพลางหันไปทางร่างที่ทอดนอนอยู่ “นั่นเป็นทางเลือกสุดท้ายของเจ้า” ดวงตาสีบุษราคัมเหลือบจ้องเข้าไปในดวงตาสีแดงวาวที่หรี่ลงอย่างลังเล
แมงมุมมนุษย์รู้ โดยตามสัญชาตญาณตั้งแต่ที่มันถือได้กำเนิดขึ้นมาจากเงาอันชั่วร้ายในคืน จันทรุปราคา ว่าในโลกนี้ไม่มีอีกแล้วนอกจากแสงสว่างยามกลางวันกับความร้อนระอุของเปลวเพลิงที่จะทำให้มันหวาดกลัวได้ไปกว่านี้…และมันไม่ตาย ความเป็นอมตะเป็นพรอันลำเลิศที่โลกประทานให้กับมัน แต่หากจะอยู่เช่นนี้ต่อไปมันคงจะได้ดับดิ้นตั้งแต่แสงตะวันแรกสาดส่องเหนือท้องฟ้าเป็นแน่
“ฮี่ๆๆๆ ข้าจะคลายอาคมหินให้ก็ได้ยกมันมาทางนี้สิ ฮี่ๆๆๆ”
หลังจากที่อสุรกายหายใจเอาละออกสีเหลืองนวลรดร่างของไออาคอสแล้วเด็กหนุ่มก็เหมือนจะฟื้นคืนสติ เรียวแขนเล็กกลมกลึงได้รูปสวยค่อย ๆ ยับกายขึ้นอย่างยากลำบากโดยปราศจากการช่วยเหลือ ใด ๆจากร่างสูง
“อา…แฮ่กๆๆ…อุ ข้าจะฆ่าเจ้า” ร่างบางเอ่ยอย่างอ่อนแรง
“ฮี่ๆๆๆ ไม่มีปัญหาอยู่แล้วยมทูตแต่ก่อนตายข้าขอบอกไว้ ภายภาคหน้าไม่วันใดก็วันหนึ่งพวกเจ้าทั้งสองจะต้องเจ็บปวด ทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัต พวกเจ้าจะพร่ำเพ้อ จะโหยไห้ในความโหดร้ายของโชคชะตา จะวิปลาสสิ้นสติในกันและกัน ส่วน ข้าจะหัวเราะเยาะพวกเจ้าอยู่ในนรก คอยเฝ้าดู ดูพวกเจ้าตะเกียดตะกายเข้าสู่ความตายอย่างน่าเวทนา………. ฮี่ๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“หุบปาก” สิ้นเสียงสูงร่างของมันก็ลุกโชตช่วงไปด้วยเปลวเพลิงสีน้ำเงินสุกสกาวใสแล้วมอดไหม้ลงเพียงชั่วพริบตา ไม่รู้ว่ายมทูตจะตาฟาดหรือพร่ามัวพร้อมกันหรือไม่ที่ได้เห็นฝุ่นเถ้าแลควันเขม่าสีเทาทึบโพยพวยเป็นรูปกลุ่มควันคล้ายดวงวิญญาณของมนุษย์ทั้งชายหญิงมากมายนานาคณานับลอยสูงขึ้นฟ้าลับหายไป
เสร็จสิ้นเสียแล้วกับการไล่ล่าฆ่าฟันครั้งนี้ และนับจากนี้ไปจะไม่มีผู้บริสุทธิ์รายใดๆ ต้องเคราะห์ร้ายตกเป็นเหยื่อสังเวยให้กับปีศาจชั่วอีกต่อไปแล้ว
ไออาคอสค่อยๆ หยัดกายขึ้นได้แล้วหันไปเผชิญหน้ากับร่างสูงกว่าอย่างท้ายทาย หนุ่มน้อยไม่เคยลืมความแค้น ไม่ว่าใครก็ตามที่บังอาจทำให้ขุ่นเคืองใจแม้แต่น้อยมันผู้นั้นจะต้องถูกจัดการอย่างสาสม
แล้วลูกหมัดกำปั้นแรกก็ประเคนเข้าที่ข้างแก้มของมีนอส “สำหรับที่เรียกข้าว่าเจ้าเตี้ย และสำหรับที่เจ้าโยนข้าไปหาไอ้โสโครกนั่น” อย่างไม่ให้ทันตั้งตัว
และก็ได้รับการตอบโต้อย่างรุนแรงจากอีกฝ่ายเช่นกันเมื่อมือเรียวยาวของชายหนุ่มคว้าเข้าที่ลำคอระหงก่อนจะชูแขนขึ้นเหนือศีรษะยกร่างบางให้สูงกว่าตน แต่ไออาคอสก็ร้ายไม่ใช่เล่นเด็กหนุ่มวาดเรียวขาฟาดเข้าที่ก้านคอไปเสียสองทีซึ่งถ้าหากมีนอสไม่ได้สวมหมวกเกราะอาจถึงกับต้องหงาย
“หยุดเดี๋ยวนี้นะไออาคอส เป็นบ้าไปแล้วหรือไง” มีนอสกราดกรรโชกด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมโดยที่ยังไม่ปล่อยมือที่คว้าอยู่รอบคอ
“ไอ้บ้างี่เง่าปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ” วางแล้วเสยเข่าเข้าที่ข้างแก้มแต่ก็โชคไม่ดีถูกร่างสูงคว้าเอา ไว้ได้ แล้วถูกยกฟาดทุ่มลงอย่างแรง เผอิญว่าในตอนที่ร่างของเด็กหนุ่มกำลังตกกระแทกพื้นหมวกเกราะการูด้าก็หลุดลอกออกจากทำให้ศีรษะที่ปกคลุมไปด้วยเรือนผมยาวสลวยไปชนเข้ากับแง่หินเล็ก ๆ ซึ่งก็มากพอที่จะเรียกเลือกให้ไหลซึมออกมาจำนวนหนึ่ง
“เลิกบ้าได้...อัก” ดวงหน้าคมคายถูกลูกถีบเรียกเลือกกำเดาให้ไหลย้อยลงคาง
มือเรียวยาวปาดเลือดที่ไหลออกจากจมูกของตนอย่างช้าๆ ก่อนจะส่งให้ลิ้นลองเลียลิ่มเลือดคาวเค็ม ดวงตาสีบุษราคัมมอง ‘ไอ้เด็กน้อย’ ที่ยังพอจะแรงเหลือเฟือเอาไว้ฟัดกับเขาซึ่งดูเหมือนจะเจ็บตัวไม่แพ้กัน ไอ้เด็กน้อยที่ควรเอ็นดูมันบ้างถ้าหากมันไม่ทำให้เขาโมโหจนขาดสติอย่างนี้
“ไอ้บ้า ไอ้บ้า ไอ้บ้าปล่อยข้านะ…ปล่อย…อ๊ะ!” ไออาคอสออกแรงดิ้นทันที เมื่อถูกคอสมิกมาริโอเนชั่นควบคุมไปทั่วร่าง เสียงของกล้ามเนื้อและกระดูกเลื่อนลั่นดังขึ้นพร้อมกับสีหน้าที่ระบายเจ็บปวด
“ขอร้องข้าสิ...พูด!”
“ไม่มีทาง...ให้ข้าตายดีกว่า” ไออาคอสเอาแต่ใจยิ่งถูกมีนอสหยามเกียรติถึงเพียงนี้ก็ยิ่งหวีดร้องพร้อมยังด่าทอเหมือนคนเสียสติ มีนอสเองก็ยังไม่เคยเจ็บตัวเพราะคนอื่นเลยสักครั้งจึงออกแรงลงไม้ลงมือด้วยความลืมตัว
“อัก ไวโอเลท…”
พอเห็นเด็กหนุ่มแน่นิ่งชายหนุ่มก็เริ่มรู้สึกตัวทันที่ว่าทำอะไรลงไป “ไออาคอส ...ข้า” มือเรียววางทาบจับชีพจรอย่างร้อนรน “หมดสติหรอกหรือ” เสียงถอนหายใจยาวดังขึ้นด้วยความโล่งอกก่อนจะประคองให้คนที่ยืนคอพับมาหนุนขอนไม้ใกล้ๆ กันนั้น
สีหน้าซีดเซียวยามหลับตาพริ้มของเด็กหนุ่มดูน่าสงสารอยู่ไม่น้อย จริงอยู่ที่เด็กซึ่งถูกตามใจมากจนเคยตัวจะดื้อรั้นเสียอย่างนี้ยิ่งมีคนเก่งอย่าง ‘บีฮีทม็อท ไวโอเลท’ คอยให้ท้ายตามใจก็ไม่แปลกเลยถ้าจะดื้อขนาดนี้แถมยังไม่ยอมใครถ้าเกิดจะดัดนิสัยสักหน่อยคงยากอยู่เป็นแน่
คิดได้อย่างนี้มีนอสก็ถอนใจอีกหนด้วยความอิดหนาระอาใจ ก่อนจะยกร่างของไออาคอส มุ่งหน้าสู่ทะเล ที่ซึ่ง ‘ชารอน อาเครอน’ กำลังแจวเรือมารอรับในยามรุ่งสางของวันใหม่ที่ใกล้จะมาถึง
อภัยให้ด้วยเถอะนะค่ะทุกคนที่เคยได้คุย แม้ไม่น่าให้อภัยที่หายไปนานเหลือเกิน
แต่ตอนนี้มีเรื่องลำบากจริงๆ