fanfic saint seiya:Blue flame 2

posted on 04 Nov 2009 16:35 by granary-brown

ขอโทษที่ลืมบอกชื่อเรื่องนะค่ะ มาเริ่มตอนที่สองดีกว่าต่อจนจบบวกฟิกที่เด็ดดีห้ามอ่าน

พี่นาฟเม้มได้ใจรินมากเลยขอบคุณค่ะ

 

                        เหมือนฝนจะตกนะ

 

 

                        เสียงราบเรียบเอ่ยขึ้นกับคนแจวเรือที่กำลังร้องเพลงเป็นห้วงทำนองเอื่อยๆ  อันมีเนื้อหาไม่ค่อยน่าฟังนักเท่าใด   คนแจวเรือซึ่งเป็นชายหลังโก่งวัยกลางคนมีท่าทางไม่ค่อยน่าคบเย้ยรอยปากขึ้นยิ้มให้กับความคิดดังกล่าว

 

 

                               นั่นสินะขอรับ   คนแจวเรือวาดไม้พายพลางกลั้วหัวเราะ   แต่ถ้าเป็นฝนจริงๆ ก็ไม่เลวร้ายนักหรอกขอรับ

 

 

                        ความผิดวิสัยธรรมชาติเป็นหนึ่งสิ่งที่คนแจวเรือกล่าว   นั่นหมายถึงการที่ผิวน้ำใสสงบสะท้อนกลีบเมฆสีโคลนมวยม้วนซ้อนกันเป็นชันสูงอย่างคุกคามผู้คนเบื้องล่าง     แสงอาทิตย์สดใสในยามเช้าถูกบดบังทำให้วันนี้ดูหดหู่         แต่ถึงกระนั้นสายสมกลับนิ่งแน่ไม่ได้โบกโบยเอาสายหมอกบังตาให้เลื้อยคลุมรุมล้อมอยู่รอบห้วงน้ำผ่านพัดไปเลย   ส่วนอีกสิ่ง...

 

 

                        ชารอน   กว่าจะถึงเนี่ยอีกนานไหม   เสียงร่ำๆ   จะหงุดหงิดจากร่างที่นั่งกอดเข่าตัวกลมอยู่ท้ายเรือ   ไออาคอสในชุดลำลองแสนสบายรวบเรือนผมสีเปลือกมังคุดเงางามยาวประบ่าเป็นหางม้าไพล่ไปทางด้านหลังศีรษะเปิดดวงหน้าเกลี้ยงเกลาที่แก้มใสระบายไว้ด้วยความกระเง้ากระงอดเบื่อหน่ายเต็มประดา

 

 

                               มีนอสกับไออาคอสไม่ได้สวมเกราะเซอร์พลีสแล้ว  ทั้งสองเปลี่ยนมาอยู่ในชุดลำลองตามแบบฉบับของแต่ละคนเพื่อมุ่งหน้ากลับสู่มหานครเจนัว  สำหรับมีนอสนั้นอายุมากกว่าไออาคอสเกือบๆ เจ็ดปีได้รับทำ งานเป็นอาจารย์สอนกฎหมายในมหาวิทยาลัยจึงสวมกั๊กทับเชิ้ตสีขาวเรียบๆ ถักเปียสีเงินยวงทิ้งยาวพาดไหล่มาข้างหน้า ส่วนไออาคอสอยู่ใสชุดคอเต่าสีชมพูหวานกับกางเกงขาสั้นเลยเข่าคลุมกายด้วยเสื้อโค้ดผ้าไหมตัวยาวอันอบอุ่นสีดำสีเดียวกับกางเกง

 

 

                               เบื่อหรือขอรับ    คนแจวเรือถาม

 

 

                               อือ   เสียงตอบสั้นๆ   ไม่ดังลอดผ่านริมฝีปาก   ทำเอาชารอนต้อนถอนใจยาวออกมา

 

 

                        ถึงข้าจะเป็นแค่คนแจวเรือก็จริงนะขอรับ   แต่แม้เป็นท่านฮาเดสก็ตามถ้ามาโดยสารเรือข้าล่ะก็เป็นต้องจ่ายให้ข้าไม่ละเว้นขอรับ       คนแจวเรือเล่าแล้วเผยรอยยิ้มกว้างออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีเมื่อดวงตาสีพลอยดำคู่ใสๆ   เงยขึ้นมามองอย่างสนใจ

 

 

 

                        นั่นเป็นเพราะผู้โดยสารของข้าจะได้ฟังอะไรแปลกๆ ไม่คุ้นหูอย่างหมอกประหลาดเหล่านี้มาจากไหนขอรับ

 

 

                        ไอหมอกหนาราวม่านโปร่งบังตาเข้าแผ่คลุ้งครอบครองอากาศโดยรอบจนมองไม่เห็นและไม่เป็นที่รู้สึกสร้างความกระวนกระวายให้เด็กหนุ่มเป็นไม่น้อย   ต่างจากมีนอสและชารอนที่ระแวดระวังอยู่เงียบๆ

 

                         

                               ไม่เป็นไรไออาคอส   แค่พวกตัวประหลาดหน้าหนาอยากขึ้นเรือกับเราเท่านั้น

 

                        

                        หมอกคือแม่น้ำหรือทางสัญจรสำหรับเทพเจ้าและพวกตัวอมนุษย์ขอรับ   คนแจวเรือกล่าวพลางหยุดวาดพายปล่อยให้เรือลำน้อยลอยเคว้งนิ่งอยู่กลางดงหมอก

 

 

                               กรุณาให้ผมขึ้นเรือของพวกท่านได้ไหมครับ   เสียงกังวานนุ่มนวลน่าฟังของชายหนุ่มดังขึ้นท่ามกลางทะเลหมอก   แม้กระนั้นต้นเสียงก็มาจากไม่ไกลเรือนัก  

 

 

                               ให้นั่งข้างสาวน้อยคนนี้ก็ได้   เสียงนั้นว่าแต่ไม่รู้หมายถึงใคร    ผมจะจ่ายคุณสองเท่าที่ขึ้นมาโดยพลการคนแจวเรือ    

 

 

                        ขอโทษด้วย   เรือเที่ยวนี้ที่นั่งเต็มแล้ว   ดวงตาสีบุษราคัมกร่างมองไปที่จุดกำเนิดของควันหมอกซึ่งกำลังเฟิ้มฟูเหมือนนกสยายขนปีกอย่างไม่เป็นมิตร   อีกอย่างเราไม่นิยมต้อนรับคนแปลกหน้า

 

 

                        อาร์เน กรีนฟอนเทีย   เสียงแนะนำตัว   เห็นแก่วันแห่งพระผู้เป็นเจ้าเถิดผมขอสาบานว่านอกจากการโดยสารเรือครั้งนี้แล้วหาได้มีเจตนาอื่นแฝงอยู่ไม่

 

 

                        เถียงกันไปเถียงกันมาจนเด็กหนุ่มที่รู้ว่าไม่มีสิทธิ์ออกความคิดเห็นแต่รำคาญเหลือเกินที่จะต้องมานั่งประดับบนเรือที่ไม่ยอมพายไปต่อจึงว่าขึ้นมาว่า

 

 

                        เมื่อไหร่เราจะไปต่อกันซะที...นี่เจ้าน่ะถ้าตัวไม่ใหญ่มากนักมานั่งข้างๆ ข้านี่ก็ได้ไออาคอสหันไปสบประสานกับสายตาที่ส่อแววไม่พอใจของมีนอส

 

 

                       ก็ได้ขึ้นมา   หลังจากที่ได้รับอนุญาต   หมอกที่ฟองเฟิ้มอยู่ก็ถูกสูบหายไปทางด้านหลังของช่องแสงสว่างก่อนจะจารจางออกจนเห็นชายหนุ่มรุ่นราวไล่เลี่ยกับมีนอสอย่างรวดเร็ว     จากที่ประเมินได้เมื่อแรกพบอาร์เนคนนี้คล้ายคลึงกับนักเทศน์อยู่ไม่น้อยต่างกันตรงที่เสื้อคลุมหนังตัวยาวสีดำที่มีฮู้ดคลุมศีรษะซึ่งตอนนี้เปิดให้เห็นเรือนผมสีแดงไหม้ยาวเกือบประบ่า   ดวงตาสีฟ้าของแมวสีสวาทข้างหนึ่งถูกผ้าคาดตาคาดปิดเอาไว้ส่วนอีกข้างก็ฉายแววเป็นมิตรดูนุ่มนวลอบอุ่นคลายความขุ่นหมองให้กับผู้คนที่พบเห็นได้

     

 

                        เช่นนั้นก็ตามสบายแล้วกันคุณกรีน   มีนอกเค้นเสียงพูดโดยไม่ยอมละสายตาจากอากัปกริยาของร่างน้อยที่ส่งสายตาเป็นมิตรแบบที่ไม่มีทางได้เห็นกันได้ง่ายๆ ในยมโลกกลับไปบ้าง ไออาคอสเขยิบกายให้คนแปลกหน้านั่งโดยพยายามเก็บความกังขาที่เห็นชายผู้นี้สามารถยืนอยู่บนผิวน้ำได้อย่างสบาย

 

 

                        สองเท่าก็สองเหรียญแต่ปกติถ้าไม่ขึ้นเรือจากบนฝั่งข้าเก็บสี่เหรียญเจ้าจะเป็นใครก็ช่างหากบอกจะจ่ายสองเท่าก็ต้องให้ข้าสิบหกเหรียญ

 

 

                               สิ้นคำของคนแจวเรือความเงียบอันน่าอึดอัดก็แผ่ขยายออกมาจากตัวผู้โดยสารแต่ละคนเพราะต่างก็คิดเสียวสันหลังในราคาที่โกงตัวสูงเกินจริงอย่างน่าเกลียด    ค่าโดยสารราคาสิบหกเหรียญนี้ยังมากกว่าค่าทำ งานที่กรรมกรคนหนึ่งจะได้ในแต่ละสัปดาห์เสียอีก   แต่ชารอนก็ยังคงตีหน้านิ่งและยังไม่ยอมวาดพายไปต่อจน

 

 

                               ตกลงครับแต่ผมขอจ่ายเป็นกระดุมเงินแท้ที่อยู่บนเสื้อของผมแทนหวังว่าคงรับนะ

 

 

                        รอยยิ้มบางแสดงความจริงใจในข้อเสนอจุดขึ้นบนดวงหน้าท่ามกลางความแปลกใจของคนทั้งสามอีกทั้งยังส่งกระดุมเงินเม็ดใหญ่สีเงินที่แม้จะหล่อพิมพ์ขึ้นมาอย่างประณีตที่สุดแต่ก็ยังหมองหม่นด้วยคราบเกลือให้คนแจวเรือพินิจดูอีกด้วย

 

 

                               หึๆ   พ่อหนุ่มนี้ใจกว้างเสียจริง     คนแจวเรือจอมละโมบหัวเราะอย่างยินดีอยู่นานหลังจากทั้งกัดทั้งอมเหรียญพิสูจน์จนพอใจได้ว่าเป็นเหรียญเงินแท้แน่นอนจริงๆ กว่าจะวาดพายไปต่อได้มีนอสต้องตะเบ็งเสียงคำรามสั่ง ไออาคอสขบฟันโกรธจนตัวสั่นพลางก้มหน้าที่แดงซ่านซ่อนด้วยอับอายเอาไว้ ในใจของตรีทูตทั้งสองตอนนี้ต่างปฏิญาณเป็นเสียงเดียวกันว่ากลับยมโลกได้เมื่อไหร่เห็นทีสิ่งแรกที่จะทำคือการสำเร็จโทษคนแจวเรือคนนี้เสียแล้ว

 

 

                               สาวน้อย   อาร์เนเอาเรียวนิ้วเขี่ยเรือนผมที่ปรกลงระแก้มของคู่สนทนาออกเบาๆ   ขอบคุณสำหรับน้ำใจนะช่วยบอกชื่อของคุณหน่อยจะได้ไหม

 

 

                        สะ...สาวน้อยนี่หมายถึงข้าใช่ไหม ข้าไม่ใช่ผู้หญิงนะเด็กหนุ่มร้องลั่นใส่สีหน้าเหรอหราของคู่สนทนา ทำเอาเพื่อนที่ร่วมเดินทางมาตั้งแต่ต้นแอบลอบหัวเราะอย่างอดไม่ได้เจ้าตัวเลยถลึงตาดุดันเข้าค้อนให้

 

                               ขอโทษนะก็กลิ่นตัวคุณหอมขนาดนี้เหมือนกลิ่นของน้องสาวของผมไหล่ก็บางนิดเดียวอย่างนี้คงต้องให้คุณลองถอดเสื้อผ้าออกก่อนผมถึงจะเชื่อแล้วล่ะ

 

 

                        ชารอนขอข้าถีบไอ้นี้ลงเรือเหอะ

 

 

                        ท่านไออาคอสชวนเขาขึ้นเรือไม่ใช่หรือขอรับ    

 

 

                               อย่าเลยขำดีออก

 

 

                               ใครขอความเห็นเจ้ากันหา

 

 

                        ก็ไม่มีใครห้ามข้าพูดเจ้าก็รู้ใช่ไหมสาวน้อยไออาคอสว่าพลางหัวเราะสะใจ

 

 

                        เจ้านี่มัน...ไอ้บ้า เด็กหนุ่มโกรธจนหายใจหอบเลยหันไปดีกับคนแปลกหน้าที่มาง้อจนสำเร็จซึ่งนับเป็นการดีเพราะกว่าที่จะเข้าถึงฝั่งได้อาร์เนก็หมดเรื่องเล่าไปถึงเจ็ดเรื่องด้วยกันเป็นอันปิดปัญหาชวนกังวลว่าจะมีคนอาละวาดเพราะความเบื่อเป็นเหตุ ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเหมือนจะเกินจริงเกี่ยวกับการเดินทางเกือบครบทวีปที่มนุษย์จะสามารถไปได้ และเท่าที่ฟังก็ดูเหมือนอาร์เนจะเลี่ยงการเดินทางในยามกลางวันเสียด้วย

 

 

                               ผมแพ้แดดนะครับ

 

 

                        ในความคิดของไออาคอสแล้ว อาร์เน กรีนฟอนเทีย คนนี้น่าสนใจมากๆ จนอดอิจฉาในความเป็นอิสระขึ้นมาไม่ได้ อีกทั้งยังเล่าเรื่องได้น่าฟังด้วยน้ำเสียงอันนุ่มนวล

 

 

                               มากับข้าเลยไหม

 

 

                        หาอะไรนะครับ ตะกี้พูดว่า

 

 

                        หมายถึงให้เจ้ามาอยู่ใต้อาณัติของข้า เพราะข้าพอใจเจ้า

 

 

                        ถึงแล้วขอรับ

 

                        เจ้าอย่าคิดว่าจะได้ลงจากเรือง่ายๆ นะถ้าไม่ยอมตกลงข้าจะใช้กำลังบังคับเจ้า

 

 

                        มือน้อยคว้าจับปกเสื้อของคนแปลกหน้าไว้แน่นขณะที่ก้าวถอยหลังขึ้นฝั่ง ดวงตาสีม่วงใสจับจ้องเข้าไปในดวงตาแบบแมวสีสวาทที่เหลือเพียงข้างเดียวด้วยความปรารถนา   จุดเด่นของไออาคอสคือความเอาแต่ใจทำให้คนรอบข้างอึดอัดลำบากใจเป็นวิธีบังคับที่ได้ผลเสมอมาและกำลังใช้ได้ผลกับอาร์เนแล้วด้วยถ้าหากมีนอสไม่ปรามเอาไว้ก่อน

 

 

                               ไออาคอส เจ้าอย่าทำแบบนี้กับคนอื่นได้ไหม

 

 

                        แต่ดูเหมือนว่าไออาคอสจะยังเคืองชายหนุ่มไม่หาย แทนที่จะเชื่อฟังเจ้าตัวกระโดดกลับขึ้นไปอยู่บนเรือเพื่อแสดงเป็นการประชดอีกฝ่ายทังยังกอดแขนของอาร์เนไว้เสียแน่น

 

 

                               ข้าอยากได้เจ้านี่ หรือเจ้าไม่ชอบข้า

 

 

                        พ่อหนุ่มไหนล่ะค่าโดยสารที่ตกลงกันชารอนส่งเสียงทักทวงด้วยความร้อนรนอันเกิดขึ้นจากความละโมบที่ปั้นแปะดวงหน้าที่ย่นยับให้แดงเถือกเป็นริ้วๆ ไม่น่าดู อาร์เนจึงดุนหลังให้เด็กหนุ่มกลับขึ้นบนฝั่งพร้อมกับตนเสียก่อนแล้วกระซิบถามว่า

 

 

                               ไม่มีรถม้าของท่านจอดรออยู่ตรงนั้นใช่ไหมครับ

 

 

                        ไออาคอสพยักหน้าตอบ อาร์เนจึงล้วงเอามีดพกเล่มเรียวเล็กออกมาตัดกระดุมเงินอีกเม็ดส่งให้คนแจวเรือแล้วรีบคว้าแขนของเด็กหนุ่มพาวิ่งขึ้นคิววิ่งรถม้ารับส่งที่เข้าแถวจอดรอตรงมุมถนนอีกฝั่งอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงเอ็ดตะโรของชารอนที่เพิ่งถูกเบี้ยวค่าโดยสารไปสดๆ กับเสียงร้องเรียกของมีนอสที่ดั่งลั่นไล่หลังรถม้าที่เคลื่อนตัวออกไปไกลอย่างรวดเร็วจนแทบลับตาเสียแล้ว

 

 

                               เจ้าโกงค่าโดยสารชารอนแถมยังพาข้าหนีมาอีกเจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่

 

 

                        พูดกันตรงๆ คือผมไม่มีเงินให้เขาหรอกครับเอ่อ...ค่ารถม้านี่ก็ด้วยอาร์เนยิ้มแห้งๆ เมื่อถูกไออาคอสจ้องอย่างเย็นชา เขาถอดเสื้อโค้ทออกโชว์กระดุมเม็ดเงินสุดท้ายที่ติดอยู่บนเสื้อตัวในสีมอซอให้เห็น

 

 

                               จริงสิผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย บอกหน่อยได้ไหมครับ

 

                        เอ่อ...ชื่อข้าไออาคอสนึกขึ้นได้ว่ามีนอสเรียกชื่อของตนให้นายคนนี้ได้ยินไปแล้วก็บอกปัดอย่างอารมณ์เสียไปว่า เอ๊ะ ก็รู้ไปแล้วไม่ใช่เหรอแล้วจะมาถามทำไม

 

 

                               อ้อ...คุณ [ไอคาออส] สินะครับอาร์เนยิ้มกว้าง

 

 

                               คิ้วบางเลิกขึ้นสูงเมื่อได้ยินคนแปลกหน้าตั้งชื่อให้ใหม่ แล้วค่อยขมวดหัวคิ้วชนกันเมื่อคิดบวกลบคูณหารในหัวสมองถึงผลที่จะตามมาหากตนยอมบอกชื่อจริงออกไป จริงอยู่ที่นายคนนี่ออกจะดูน่าไว้ใจแต่คนแปลกหน้าเป็นฉันใดก็ไม่ควรไว้ใจอยู่ฉันนั้น

 

 

                               เรียก [ไอ] ก็พออาร์เน ยินดีที่ได้รู้จักนะบอกพลางยื่นมือออกไปสัมผัสกับอีกฝ่ายตามมารยาทแต่กลับมีช็อกโกเลตลูกกลมๆ ในกระดาษห่อฟลอยติดมือมาด้วยจึงยอมกินเข้าไปตามมารยาทอีกเช่นกัน

 

 

                               จริงสิคุณไออายุเท่าไหร่เหรอ

 

 

                        สิบหกน่ะ ถามทำไมความเพลิดเพลินกับรสหวานหอมติดลิ้นทำให้เสียงสูงฟังแปลกหูไปบ้างแต่ไออาคอสก็อารมณ์ดีขึ้นเลยถามกลับไปบ้าง

 

 

                               ผม...ตอนนี้ก็ยี่สิบสองคริสต์มาสอีฟนี้ก็ยี่สิบสามแล้วล่ะครับ

 

 

                        จริงเหรอ พอๆ กับมีนอสเลยพวกเจ้านี่อายุมากกว่าข้าหลายปีจังเลยนะเนี่ย เด็กหนุ่มยิ้มอีกเมื่อได้รับขนมหวานเพิ่ม

 

 

                               ทะเลาะกันบ่อยเลยเหรอครับ กับคุณมีนอสน่ะ

 

 

                        ก็ชังหน้ากันนี่ ปกติแหละ

 

 

                        ว่าแต่ขอโทษนะครับ คือผมว่าพวกคุณไอนี่พูดจากันแปลกๆ นะสมัยนี้ไม่ค่อยได้ยินคนใช้คำว่าเจ้ากับข้าอะไรทำนองนี้สักเท่าไหร่ ชื่อก็ฟังดูแปลกๆ มาจากไหนเหรอครับ

 

 

                        เอ๊ะ เซ้าซี้จังวุ้ยต่อไปนี้จะใช้คำว่าฉันกับนายพอใจไหม ส่วนชื่อถ้ามันแปลกนักต่อไปนี้ก็ไม่ต้องเรียกมันลืมไปด้วยเลยยิ่งดีปั้นปึ่งเสร็จก็กอดอกหนีหน้าผินออกทางหน้าต่างรถ

                               คุณไอ ผมขอโทษเสียงนุ่มพูดเสียงอ่อยก่อนจะพนมมือไหว้ อย่าถือสานิสัยของคนพเนจรเลยนะครับ ผมให้ขนมอีกก็ได้

 

 

                        จะยกโทษให้ก็ได้แล้วต่อไปนี้นายไม่ต้องมาแบ่งขนมอีกเพราะฉันไม่ใช่น้องของนายเสียงสูงว่าอย่างเย็นชาแต่พอเห็นชายหนุ่มทำหน้าจ๋อยเหมือนเด็กสองขวบเลยถามแก้ไปว่า

 

 

                        เออนี่ เรากำลังจะไปไหนกัน

 

 

                        เอ๋ คุณไอบอกเขาไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ

 

 

                        บ้าเหรอ นายพาฉันขึ้นมานี่ บ้าจริงนี่เรากำลังอยู่กับคนบ้าเหรอนี่ เป็นเพราะนายแท้ๆ เชียวจะหนีก็หนีไปคนเดียวลากคนอื่นมาด้วยทำไม

 

 

                        คุณไอนี่ปากร้ายยิ่งกว่าสาวๆ ที่ผมรู้จักซะอีกนะครับเนี่ยก็ตอนนั้นคุณไอกอดแขนผมแน่นอย่างกะตังเมเลยแล้วจะให้ผมทำยังไงได้ละครับ

 

 

                        ก็ได้ เสียงสูงกัดฟันพูดยอมรับในความผิด แต่อย่าเอาฉันไปเปรียบกับพวกแม่ผู้หญิงนะยิ่งต้องรีบไปมิลานอยู่ รถคันนี้จะไปไหนกันแน่ว่าแล้วก็ชะโงกตัวออกทางนอกหน้าต่างเพื่อดูเส้นทางที่รถกำลังจะวิ่งไป ปล่อยให้อาร์เนสอดสังเกตดูสภาพภายในรถ

 

 

                        แหงะ ผมรู้แล้วละครับรถเที่ยวนี้ถ้าผู้โดยสารไม่บอกจุดหมายก็จะไปฟลอเรนซ์ต่อคนละทางกับมิลานเลยนะครับอาร์เนอ่านป้ายบอกทางที่เป็นภาษาอิตาลีซึ่งติดอยู่ตรงใต้หน้าต่างประตูรถ

 

 

                        อะไรบ้าจริง นี่ฉันจะต่อรถไฟไปมิวนิกอีกนะ

 

 

                        ก็ลงที่โบโลนยาก็ได้นี่ครับถ้าขึ้นมาจากเจนัวมาต่อรถไฟสายตรงไปมิวนิกก็ใช้ระยะทางพอๆ กับไปที่มิลาน แต่จากโบโลนยาถ้าจะไปมิลานด้วยรถไฟก็ยังใช้เวลาน้อยกว่าไปรถม้าลุงครับช่วยจอกที่โบโลนยาด้วยนะครับ

 

 

                        อาร์เนแล้วนายล่ะจะไปที่ไหน

 

 

                        ผมเหรอชายหนุ่มจิ่มปลายนิ้วหัวแม่โป้งลงบนอกของตน ไม่มีที่ไปหรอกครับผมไม่มีบ้านให้กลับไปแล้วแต่ก็กะว่าจะไปเยี่ยมเยียนสหายเก่าที่โรมน่ะครับ

 

 

                        อาร์เนดวงตาสีม่วงใสเปล่งแววอ้อน ตกลงนายจะไม่ไปด้วยกันจริงๆ เหรอ

 

 

                        คนอย่างผมเหมาะที่จะเดินทางตะลอนๆ ไปเรื่อยเพียงคนเดียวอยู่แล้วล่ะครับ แต่ถ้าเพื่อคุณไอไม่ว่าที่ไหนก็ตามผมก็จะไปส่งให้ถึงอย่างปลอดภัยแน่นอนครับ

 

 

                        อยู่ด้วยกันกับนายแล้วสนุกดีต่อไปคงคิดถึงปีละหนไออาคอสชันเข่าขึ้นกอดเกยคาง ขอบคุณพูดพึมพำพอให้อีกฝ่ายได้ยินแค่นั้นก็ซุกซ่อนสีหน้าลงไป อาจเป็นเพราะหลบรอยยิ้มที่มาจากความยินดีหรือเขินอายจากดวงตาสีฟ้าใสนั่นก็เป็นได้

 

 

                               ไม่เป็นไรหรอก เอ๊ะแผลตรงนี้ไปโดนอะไรมาเหรอครับอาร์เนแตะเบาตรงด้านหลังศีรษะเมื่อสังเกตเห็นสะเก็ดเลือดเกาะเรือนผมสีมังคุดหลุดออกมา

 

 

                               ทะเลาะกับมีนอสน่ะ หัวแตกเลยเหรอไออาคอสแกะปมผ้ารัดผมออกปล่อยผมนุ่มสลวยระย้าคลอเคลียบ่าตามเดิมและก้มศีรษะให้ชายหนุ่มที่เดี๋ยวก็เป็นคนเร่ร่อนรู้มากแล้วก็เปลี่ยนเป็นหมอจอมจู่จี้

 

 

                               คุณไอเจ็บขนาดนี้เขาไม่ทำอะไรเลยเหรอครับ

 

 

                        ไม่เป็นไรอาร์เน เดี๋ยวมันก็หายน่า

 

 

                        ไม่ได้นะครับเป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มขึ้นเสียง ไออาคอสจึงตกใจเล็กน้อย ดวงตาต่างสีทั้งสองสบมองกันอยู่ชั่วครู่ สุดท้ายแล้วแววตาอ่อนใจก็ตกเป็นของผู้อ่อนวัยกว่ายิ่งเมื่อเป็นครั้งแรกที่ถูกยืนค้ำไม่ให้หลบหน้าหนีไปไหนด้วยแล้วไออาคอสก็เหมือนดูจะเรียบร้อยขึ้นมาบ้าง อาร์เนเกือบจะได้แสดงเทศนาต่อแต่รถม้าก็หยุดกะทันหันลงพอดีส่งผลให้คนสองคนเลยกระเด้งตกลงไปกองอยู่บนพื้น

 

 

                               ถึงแล้วเสียงคนขับรถม้าที่ตอนแรกเหมือนจะเข้าใจผิดคิดว่าเลยเข้าสู่วัยที่เรียกลุงได้แล้วตะเบ็งเสียงเรียก เป็นเสียงของชายวัยกลายคนที่ฟังดูไม่น่าไว้ใจหยุดความคิดที่จะเบี้ยวค่าโดยสารอีกครั้งของอาร์เนที่หมายจะวิ่งหนีทันทีที่ลงจากรถแต่หนนี้ก่อนจะได้หนีคงจะได้ชิมลูกตะกั่วเป็นมื้อเที่ยงเป็นแน่แท้

 

 

                               ครับกำลังจะลงไป

                        ไม่เป็นไรลงมาสิไออาคอสจัดแจงเสื้อผ้าให้เป็นระเบียบแล้วก้าวลงจากรถม้ายื่นพันธบัตรสองใบให้คนขับ มาสินั่นไงรถไฟ

 

 

                        เดี๋ยวครับ คุณไอจ่ายเงินเกินนะครับอาร์เนบุ้ยไปทางคนขับรถม้าที่จ้องตามด้วยสายตาไม่น่าไว้ใจ ยิ่งบนรถไฟยิ่งอันตรายคุณไอไม่น่า...”

 

 

                               นายหิวหรือยัง บนรถไฟมีของกินใช่ไหม

 

 

                        คุณไอ เดี๋ยวเถอะฟังผมพูดหน่อยสิครับ

 

 

                        เอาน่าแล้วไออาคอสก็ลากอาร์เนขึ้นรถไฟโดยตีตั๋วเที่ยวที่ดีที่สุดบนตู้โดยสารชั้นหนึ่ง สั่งอาหารชั้นดีในแบบที่ใช้เงินเลี้ยงหนึ่งครอบครัวใหญ่ได้เป็นเดือน พอกินเสร็จก็ปีนขึ้นบนเตียงพับโดยเปิดหน้าต่างทิ้งเอาไว้ตลอดแม้ว่าอาร์เนจะเตือนว่าน่ากลัวที่เกิดคนข้างทางอาจปาอะไรก็ได้ที่เป็นอันตรายเข้ามา ในคืนนั้นอาร์เนเอาแต่จับตานอนดูเด็กหนุ่มที่เอาแต่นั่งเหม่อมองออกไปข้างนอกเหมือนรออะไรอยู่สักอย่าง

 

 

                               คุณไอ นอนเถอะครับอากาศเย็นอย่างนี้ปิดหน้าต่างเถอะนะครับ

 

 

                        ไม่ได้หรอก มีนอสอาจส่งอะไรมาก็ได้

 

 

                        พิราบจดหมายเหรอครับ แหะๆอาร์เนขำในความคิด ที่ผ่านมาชายหนุ่มเองก็ได้เดินทางไปในทวีปต่างๆ และก็ได้เห็นคนต่างเชื้อชาติ ต่างเผ่าพันธุ์ ต่างศาสนา คติ ความเชื่อและการดำรงอยู่จนเกิดเป็นความ สามารถพิเศษที่แค่ปรายตามองคนเพียงชั่วครู่ก็มองออกได้ว่าคนๆ นั้นเป็นอย่างไร

 

 

                               เท่าที่สังเกตเห็นเด็กหนุ่มคนนี้มีผิวพรรณเนียนสะอาดเป็นสีเนื้อเดียวกันแบบคนเอเชียกลาง เรือนผมสีมังคุดที่ยาวสลวยล้อมกรอบดวงหน้ารูปไข่ถูกดูแลมาอย่างดี ไรฟันขาวเรียบรายเป็นระเบียบ ไม่นับรวมถึงเครื่องหน้าอันได้รูปที่หล่อหลอมมารวมกันจนดูน่ารักน่าถนอม ถ้าไม่ถือจมูกรั้นๆ ที่ชอบเชิดในเวลาที่เจ้าตัวไม่พอใจ เพียงเท่านี้ก็ฟันธงเลยว่าคงเป็นคนสำคัญที่ได้รับการเอาใจจนเคยตัว

 

 

                               ใครว่าล่ะ อินทรีจดหมายต่างหากดูนี่นะเสียงสูงเรียกสติคืนจากภวังค์ให้หันไปสนใจคนพูดที่คว้าเอาเสื้อคลุมขึ้นมาสวมแล้วไปยืนใกล้หน้าต่าง เรือนผมสีสวยโชยกลิ่นหอมอ่อนๆ มาตามสายลมเรียกเอาความสดชื่นเข้ามาแทนความอ่อนล้าที่สั่งสมมาทั้งวันในร่างกาย

 

 

                               ไออาคอสยื่นมือออกไปนอกหน้าต่างรถไฟ ปลายนิ้วเรียวเล็กที่โผล่ออกมาจากชายเสื้อเกร็งด้วยความเย็นของสายลมที่ตีพัดตามความเร็วคว้าเอาเศษขนสีน้ำตาลของนกที่ไม่รู้ร่วงหล่นลงมาจากไหนเอาไว้ได้แล้วอินทรีตัวใหญ่ขนสีแดงละเลื่อมก็โฉบเกาะลงบนลำแขนอย่างรวดเร็วแต่นิ่มนวลจนดูเหมือนเวลาจนหยุดนิ่งลงอยู่ชั่วอึดใจ

 

 

                               คุณไออันตราย ไอ้นกบ้าออกไปห่างๆ นะ

 

 

                        ชู่ว อย่าโวยวายได้ไหม [ภังคี] เป็นสัตว์เลี้ยงของเข้าเองไออาคอสยกนิ้วชี้ขึ้นแตะปากบ่งบอกให้อาร์เนไม่ต้องกังวล ถึงกับใช้เจ้าเชียวเหรอ ป่านนี้คงเลียแผลที่เจ้าฝากไว้แล้วกระมังเนอะภังคี

 

 

                        หา หมายถึงใครเหรอครับชายหนุ่มงง

 

 

                              ภังคีไม่ชอบให้ใครเข้าใกล้มันนอกจากข้า แต่ก็เป็นอินทรีที่ฉลาดที่สุดและว่องไวที่สุดเท่าที่มีด้วย มีนอสเลยถือสิทธิ์จะเอามันไว้ใช้ในส่วนกลางเลยโดนมันเกลียด อ๊ะนี่จดหมายที่ติดอยู่กับขาของภังคีนายอ่านให้ฟังทีนะเจ้าของนกขนสวยยื่นกระบอกเล็กๆ น้ำหนักเบาที่ใช้เก็บจดหมายให้ชายหนุ่มก่อนจะปลีตัวไปให้น้ำและอาหารเลี้ยงเจ้านกจอมเชิดที่แทบไม่กระดิกหางตามาทางเขาเลย

 

 

                               จะดีเหรอจดหมายนี่อาจมีอะไรเป็นส่วนตัวนะครับ

 

 

                        ไม่หรอกคงจะเขียนมาว่าข้าล่ะ อ่านเร็วๆ ข้าเริ่มปวดหัวอยากจะนอนแล้วไออาคอสถอดเสื้อโค้ดเอามาม้วนหนุนหัวต่างหมอนแล้วจึงเอนตัวนอนปิดเปลือกตา

 

 

                               อาร์เนเดินไปปิดหน้าต่างและม่านบังตาเสียก่อนแล้วค่อยๆ จัดการเอาม้วนกระดาษออกมาจากกระบอก เขาทอดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ใกล้เตียงพับของเด็กหนุ่มก่อนจะไล่สายตาจับใจความของจดหมายอย่างคร่าวๆ โดยอาศัยแสงไฟสีส้มสุกสว่างจากโคมประดับ

 

 

                        ฟังนะครับอาร์เนยิ้มเมื่อเด็กหนุ่มพยักหน้าตอบพลางขยี้ตาอย่างงัวเงีย ขอโทษด้วย ข้าจะรอที่เบรสเซียและจะไม่ไปไหน เพื่อรอเจ้ากลับมาเดินทางด้วยกัน มีนอส มีหยดเลือดด้วยล่ะครับเหยี่ยวตัวนี้ดุจัง

 

 

                         โอ๊ย ปวด...ปวดหัวเสียงสูงคราง

 

 

                               ว่าอะไรนะครับอาร์เนโน้มหูเข้าไปฟังเสียงใกล้ๆ แต่กลับถูกเจ้านกภังคีจิกตาใส่ด้วยความมุ่งร้าย มันยอบตัวเหมือนพร้อมจะคุกคามได้ทุกเวลา

 

 

                               อย่าภังคี นกดีนกเก่งนกขนสวยคนยอนกโล่งใจเมื่อเห็นนกที่ถูกยอบ้ายอด้วยการเอาอุ้งกรงเล็บกวักข้างแก้มแก้เขิน

 

 

                               ปวดตรงแผล

 

 

                       ตัวร้อนด้วยแหละครับ ผมให้ยาไปคุณไอได้ทานหรือเปล่าครับถามแล้วต้องถอนใจเมื่อถูกส่ายหัวปฏิเสธตอบ ทำไมคุณดื้อเหมือนน้องๆ ผมอย่างนี้นะ ฉีดยาเลยดีไหมครับ

 

 

                        ไม่เอา

 

 

                        งั้นทานยานะครับ

 

 

                        อือดวงหน้าหวานจิ่มลิ้มพยักหงึกหงัก แขนน้อยๆ ทั้งสองข้างยันตัวเหยียดขึ้นอิงบ่ากว้างเพื่อที่จะได้ทานยาได้สะดวก

 

 

                        นี่ขืนคุณมีนอสมาเห็นเข้ามีหวังเอาเราตายแหงมเลย

 

 

                               เช็ดตัวด้วยนะครับ

 

 

                        ไม่ได้นะ อย่า ไม่เอาๆเด็กหนุ่มปัดป้องมือแต่ด้วยฤทธิ์ยาที่ทำให้เกิดอาการง่วงโดยเฉียบ พลันทำให้ล้มพับลงเปิดโอกาสให้คนแปลกหน้าปลดกระดุมเสื้อไล่ลงมาเรื่อยๆ

 

 

                               อย่าจ้องอย่านั้นสิภังคี ฉันไม่มีเจตนาไม่ดีกับนายของเจ้านะ ฉันแค่เช็ดตัวให้...” ขณะที่ชายหนุ่มประคองร่างให้ก้มลงเพื่อจะดึงเสื้อตัวหนาชื้นเหงื่ออยู่ประปรายออกลำแขนกว้างก็สอดเข้าประคองกลางลำ ตัวเพื่อไม่ให้คนป่วยฟุบคว่ำลงบนพื้น ทว่าส่วนสัมผัสที่ได้รับรู้กลับสร้างความตกใจจนต้องผงะ

 

 

                               คุณไอ นี่คุณเป็น...”            

                           

ไว้ต่อตอนสามค่ะ ต่อด้วย touch me by...

 

                        ปะ ปล่อยมือนะ อ๊ะ อ๊ะ อื้อ

 

 

                        เสียงที่ร้องบอกขออย่างขุ่นเคืองใจเรียกให้รอยยิ้มบางกระตุกขึ้นที่มุมปากขณะกำลังง่วงอยู่กับการดูดกลืนลิ่มโลหิตคาวเค็มออกจากปากแผลบวมช้ำด้วยพิษร้ายจากแผ่นหลังนิ่มละมุนจนผู้กระทำอกใจไม่ได้ที่จะไต่ระดับลดลิ้มตามแนวสันหลังพลางหยอกเย้าอย่างสนุกปาก

 

 

                               เฟลเมล!   ร่างเพรียวบางกว่าสะดุ้งตกใจทันทีเมื่อถูกคลำสัมผัสไปรอบๆ บั้นท้าย   มือบางหันมาปัดมือเรียวยาวที่เย้าแหย่นั้นออกพร้อมกับส่งสายตาขึงๆ ไปให้แต่ถึงแม้จะทำหน้าดุแค่ไหนดวงหน้าหวานสวยรูปไข่ก็ยังคงน่ารักเกินกว่าที่ควรจะมาตรึงสะกดอยู่ในร่างของชายหนุ่มผู้เป็นถึงหนึ่งในตรีทูตได้

 

 

                               โธ่...เจ้ามันก็เล่นตัวนัก   ดวงตาสีอำพันทอดมองอย่างเจ้าเล่ห์ผ่านแผ่นผิวสีลออจรดไปสุดลำแขนกลมกลึงซึ่งโผล่พ้นขอบปกเสื้อคลุมตัวหนาที่เจ้าของร่างคว้ามาปกปิดด้วยความรู้สึกเกร็งเกรียวในช่องท้องอย่างประหลาด   รู้ไหมข้านะชอบเสียงของเจ้าตอนที่เรียกชื่อข้าที่สุดเลย อ๊า...เฟล เมล 

 

 

                        หมอนอิงกำมะหยี่สีแดงสดถูกเจ้าทุกข์คว้ามาปาตอบโต้เสียงหัวเราะแสนสำราญ     เฟลเมลรับมันไว้ด้วยสองมืออย่างนุ่มนวลก่อนที่มันจะกระทบตรงสันจมูกอย่างจังได้พอดี       เรียวยิ้มเผยประดับดวงหน้าขึ้นอย่างสมใจเมื่อได้เห็นสีหน้าแดงซ่านด้วยความโกรธของอีกฝ่าย

 

 

                               เจ้ามันช่างหยาบคายนัก โอ๊ย!”  คงเพราะความโกรธที่ทำให้ลืมตัวจนต้องตวาดขึ้นสุดเสียงส่งผลให้พิษที่ค้างคั่งในกระแสเลือดกำเริบให้ต้องฟุบลงในอ้อมแขนกว้างแกร่งที่ประคองรับได้ทันท่วงที

 

 

                               ซุยเคียว   เสียงนุ่มน่าฟังกระซิบแผ่ว   คืนนี้เจ้ามาตกเป็นของข้าอีกหนหนึ่งเถิด ข้าจะช่วยล้างพิษในตัวเจ้าทุกซอกทุกมุมไม่มีเหลือเอง  พลางพรมรดลมหายใจร้อนระอุไปตามไรแก้มใสที่บ่ายเบี่ยงรสจูบอย่างว้าวุ่น   ลำแขนเรียวเล็กกั้นอยู่ระหว่างแผ่นอกกว้างกำยำกับกายของผู้เป็นเจ้าของซึ่งร้อนขึ้นมาจากพิษไข้ก่อนจะยอมแพ้คลายโอบกระหวัดรอบหลังคอของคนที่สูงกว่าด้วยความจำยอม

 

 

                        ว่าง่ายๆ สิดี   ของของข้า   สิ้นคำดวงหน้าคมคายก็โน้มลงบดขยี้ริมฝีปากที่เผยอยิ้มขึ้นรอรับรสร้อนอยู่พร้อมแล้ว   ปลายลิ้นสอดใส่ควานค้นอย่างเข้าหาอยู่นานก่อนจะผละระยะเว้นหายใจหอบ   ร่างสูงกำยำนั้นเหมือนจะเพิ่มเรี่ยวแรงที่สูบเอาจากคู่ของตนขึ้นทันตาผลักร่างของซุยเคียวให้นอนราบลงบนโต๊ะเขียนหนังสือก่อนจะซุกใบหน้าลงกลืนกินส่วนที่พ้นออกจากกางเกงที่ถูกจัดการไว้

 

 

                               ซุยเคียวหายใจเฮือกพลางบิดกายอย่างทรมานจนกวาดเอาเอกสาร หนังสือและขวดหมึกที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบให้หล่นกระจัดกระจายทั่วพื้นพรม       ไรฟันขาวเรียบรายราวไข่มุกขบเม้มกลบกลั้นไม่ให้

เสียงครางใดๆ ลอดผ่านริมฝีปากสู่โสตอันดีเลิศของเหล่านางกำนัลจอมสอดรู้สอดเห็นได้อีก

 

 

                               อืม...อืมอือ อือ อือ   ร่างบางได้แต่หอบหายใจ   เรียวขาที่พาดบนบ่ากว้างเกร็งตัวแน่นปลายเท้าจิกอยู่บนแผ่นหลังบ้างดันเหยียดบ้างเป็นการจงใจเร่งเร้าอารมณ์ของอีกฝ่าย       ซุยเคียวมีข้อเสียตรงที่ตั้งทิฐิกับตัวเองไว้สูง      ดังนั้นการที่สามารถยั่วย้าวให้เฟลเมลจนยอมโอนอ่อนให้ก่อนได้จึงถือเป็นชัยชนะอีกอย่างที่หวานหอมยิ่งนัก

 

 

                               ไม่สำเร็จหรอกน่า   เฟลเมลเงยหน้าขึ้นอย่างรู้ทันก่อนจะคร่อมร่างของอีกฝ่ายแล้วมอบรสจูบหวานลึกล้ำและหนักหน่วงให้อีกหน   ริมฝีปากเผยอล้ำกล้ำกรายไปมาซึ่งกันและกันเปรียบคล้ายกำลังต่อสู่บนสังเวียนกับอารมณ์รัญจวนของกันและกันต่อสู่กับความรู้สึกลึกลับที่เรียกว่าเสน่ห์หา

 

 

                               อืมม์...หวานจังเลยเฟล เม...”   คำพูดตามอารมณ์สะดุดลงแทนที่ด้วยถ้อยอุทานแสดงความโกรธ   ดวงหน้าสีระเรื่อเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัดทันทีเมื่อดวงหน้าคมคายราวรูปสลักเงยสบมอบรอยยิ้มอย่างรู้เท่าทันที่แม้จะเป็นรอยยิ้มแสนเอ็นดูแต่ก็ปนไปด้วยความลำพองในชัยชนะเช่นกัน

 

 

                               บ้าที่สุด เสียงสูงหวีดร้อง   ปล่อยเลยนะ ถอยจากตัวข้าเดี๋ยวนี้มือบางผลักด้วยเรี่ยวแรงที่พอมีก่อนจะผลุดลุกกระเถิบหนีอย่างรวดเร็วแต่มือเรียวของเฟลเมลกลับคว้าเอาศีรษะของซุยเคียวกดกระแทกกับโต๊ะหนังสือ   อีกมือก็กดรวบเอาสองมือไพล่หลังบางพลางคร่อมกายแนบประชิดบั้นท้ายไม่ให้ดิ้นหนีไปไหน

 

 

                               เจ้าแพ้ ซุยเคียว   ร่างสูงหัวเราะอย่างสุขใจ   แต่เจ้าไม่รู้หรือแกล้งลืมกันหืมม์...ว่าข้าไม่ใช่คนใจดีอยู่แล้ว

 

 

                        แผลนี้เจ้าไปโดนอะไรมานะ   ถามพลางเคลื่อนคอสมิกมารีโอเนชั่นเข้าฝืนบังคับร่างของคู่สนทนา   อ๋อ ศรเงินดอกนั้นคงทำให้เจ็บมากเลยละสิเช่นนั้นข้าจะช่วยให้เจ้าเจ็บจนลืมเจ็บเอง

 

 

                        ชายหนุ่มบรรจงจูบลงริมบาดแผลเบาๆ ขณะที่มือเรียวก็ลูบเรือนผมนุ่มละมุนสีน้ำลึกอย่างเพลิดเพลิน   หน้าท้องแบนรามเต็มไปด้วยมัดกล้ามอิงชิดสะโพกกลมพลางพยายามแทรกสัมผัสลึกเข้ามา     

 

 

                        ท่านเฟลเมล   เสียงหนึ่งเรียกอยู่นอกฝั่งประตู   โปรดอนุญาตให้รูเน่ผู้นี้เข้าพบท่านด้วยครับ

 

                        แม้จะโล่งอกแต่ซุยเคียวก็ได้ยินเสียงถอดถอนใจของเฟลเมลดังขึ้นด้วยความไม่พอใจให้รู้สึกหวั่นวิตกอยู่ไม่น้อย

                        อย่านึกว่าเจ้าจะรอดตัวนะ   เสียงทุ้มกระซิบ   เข้ามา...รูเน่

          

 

                               ประตูไม้เรือนใหญ่ลงสลักลวดลายงดงามลั่นร้องตามความเก่าแก่   ชายหนุ่มร่างโปร่งในชุดคลุมผู้พิพากษาประจำยมโลกถือแส้อาบเลือดเข้ามาพร้อมศรเงินเจ้าปัญหา   ดวงหน้านิ่งสงบจ้องร่างที่นอนนาบบนโต๊ะทำงานไล่ไปจนถึงกองเอกสารที่กระจัดกระจายเกลื่อนกลาดอยู่ตามพื้นก่อนจะก้มลงเก็บเรียบเรียงเอกสารเหล่านั้นกลับขึ้นมาวางตรงหน้าซุยเคียว

 

 

                               ผมว่าท่านเฟลเมลไม่ควรประพฤติเช่นนี้กับคนเจ็บ   น่าจะให้ท่านซุยเคียวได้พักผ่อนมากกว่า...ทำเรื่องให้เป็นขี้ปากพวกนางกำนัล

 

 

                               ข้าจ้างเจ้ามาเป็นแม่ข้าเมื่อไหร่กันหารูเน่

 

 

                        มิได้หรอกครับ   รูเน่ตอบเสียงขรึม   ตราบใดที่ท่านไม่ได้ทำอะไรแต่ตามอำเภอใจข้าก็ยังอยากเป็นแขนขาผู้พักดีของท่านเสมอ   คำตอบที่ทำให้เฟลเมลจำยอมรับด้วยการประชดยิ้ม

 

 

                               เอกสารสำคัญทั้งนั้น...ของเจ้ามีอยู่ครึ่ง   เฟลเมลจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วคลายคอสมิกมารีโอเนชั่นออกจากการควบคุมซุยเคียวทันทีที่เป็นอิสระได้ร่างบางก็ทรุดกายลงใต้โต๊ะอย่างเร่งรีบด้วยความอับอายคอยแต่นั่งมองชายทั้งสองคัดกรองเอกสารที่เกลื่อนพื้นไปทั่วด้วยฝีมือของตนกันอีกครั้ง

 

 

                               ท่านไปนั่นตรงโซฟาใกล้เตาพิงนั่นก่อนเถอะครับอีกสักครู่ข้าจะเอาชามาให้รูเน่พยุงผู้เป็นนายอีกท่านขึ้นแล้วจูงไปนั่งบนโซฟาใกล้เตาพิงอุ่นๆ   ซุยเคียวรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหมาว่าง่ายๆ ถูกลากไปผูกไว้กับเสาคอยแต่นั่งสงบเสงี่ยมรอเจ้าของมารับ

 

 

                               เจ้าเอ่อ   ทำความดีความชอบขนาดนี้นายเจ้าตบรางวัลให้เป็นอะไรเหรอ

 

 

                        รางวัลหรือครับชายหนุ่มอ่อนวัยแต่ร่างสูงกว่าเลิกคิ้วสูง ถ้าเนื่องจากทำความดีความชอบคงไม่มีหรอกครับคงจะมีก็แต่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ตอนนายข้าอยู่ดีๆ อย่างชาวบ้านเขาไม่ได้มากว่าว่าแล้วส่ายศีรษะทำท่าหน่ายใจ   แต่อย่างข้าคงไร้ความสามารถ   ด้วยคำพูดที่แสนถูกใจทำเอาซุยเคียวหัวเราะออกส่วนเฟลเมลส่งส่ายตาดุๆ เย็นๆ มาเตือนคนทั้งสองแต่ไกล

 

 

                        พวกจ้านี่เข้ากันดีจริงนะทั้งที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกแท้ๆ

 

 

                        เรียกว่าถูกชะตาก็ได้ครับ

 

 

                        หึ ถูกชะตาเหรอ   เฟลเมลกรายเท้าเข้ามาใกล้แล้วโอบรอบจากแผ่นหลังของร่างเล็กดึงมากอดแนบอก   ปองดอกฟ้าละไม่ว่า   แล้วระดมจูบไล้ไปทั่วดวงหน้าเย้ยอีกฝ่ายที่ตีหน้านิ่งชวนหมั่นไส้

 

 

                               หยุดนะเฟลเมลเจ้าไม่มียางอายบ้างหรือไง   ผู้ที่ถูกกระทำตวาดด่าลั่น   มือบางสาวตบข้างแก้มของอีกฝ่ายให้รู้สำนึก

 

 

                        ไม่มีนะสิถ้าเป็นเจ้า  

 

 

                                แววเย็นเยียบฉายผ่านม่านตาสีอำพันขณะจ้องสวนกลับดวงตาที่คลอด้วยความโกรธเตือนให้ซุยเคียวระลึกว่าตัวเองก็ลืมตัวลงไม้ลงมือกับอีกฝ่ายอย่างไม่ยั้งคิดเช่นกัน   หากเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่สมควรมาเสียใจแต่ต้องรีบถอยห่างจากคนน่ากลัวโดยเร็วที่สุดก่อนที่จะ...

 

 

                        จะประกาศต่อหน้าผมว่ารักกัน...ควรอยู่ด้วยกันดีๆ อย่าก่อเรื่องชวนทะเลาะเลยครับ

 

 

                        เอ่อ...เออไม่ใช่/ ใช่ เข้าใจแล้วก็ดี   ฝ่ายหนึ่งปฏิเสธหน้าแดงอีกฝ่ายยอมรับหน้าตาย

 

 

                               ท่านซุยเคียวข้าเพิ่งซักทอดมือสังหารที่หมายปลิดชีพท่านจนมันยอมรับว่าศรเงินดอกนี้แค่ลงอาคมเอาไว้ไม่ได้อาบพิษร้ายแรงนักแต่ว่าเหตุผลที่มันลงมือนั้นทำเพื่อต้องการเลือดของท่าน  รูเน่วางศรเงินลงตรงหน้าคู่สนทนา    พอนึกออกไหมครับเกี่ยวกับสิ่งนี้

 

 

                         แววสลดวาวสลัวในดวงตาสีพลอยดำทันทีที่ผู้เป็นเจ้าของพินิจจ้องศรเงินวามวับ   ลวดลายอันเกิดขึ้นจากการหล่อหลอมตกแต่งอย่างประณีตเป็นเถากุหลาบบานประดับด้วยพลอยสีชมพู   พู่ขนนกยูงสะบัดพลิ้วอยู่ส่วนปลายที่หัวลูกศรมีการลงรักษ์เป็นลวดลายซึ่งสะท้อนภาพของผู้ที่มองมันราวกับกระจกจึงน่าแปลกนักที่ศรเงินนี้เหมือนจะเป็นของที่ระลึกล้ำค่ามากกว่าจะใช้มาเป็นอาวุธเยี่ยงนี้

 

 

                        ศรเงินนี่   มือบางหยิบขึ้นมา   ข้าเป็นคนทำมันขึ้นมาเองแล้วก็ฝากไว้ที่เคียวโกเงาไม่นึกว่าจะได้เห็นมันอีกแต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกเซนต์หรอกนะข้ารับรองได้  

 

 

                        เจ้าแน่ใจจริงหรือแล้วเคียวโกเงานั่นอีก   หมายถึงใครกันซุยเคียว  

 

 

                        เคียวโกเงานั่นเป็นกบฏคงนึกทำอะไรสักอย่าง

 

 

                        มันได้เลือดของท่านไปแน่เราไม่ควรวางใจนะครับ

 

 

 

                        ซุยเคียวโบกมือปฏิเสธ   ถ้าเคียวโกเงาจะลงมือมันก็ไม่เริ่มที่เราหรอก   อีกอย่างชายคนนั้นไม่เผยตัวออกมาง่ายๆ แน่ป่านนี้แล้วคงจะไปซ่อนตัวระหว่างห้วงมิติที่ไหนสักแห่ง   ดวงตาสีพลอยดำวาวโรจน์ขึ้น   เป้าหมายของมันคือการสังหารอาเทน่าและกองทัพยมโลกเองก็ระแคะระคายเรื่องนี้อยู่แล้วมิใช่หรือ

 

 

                        ความเงียบงันก่อตัวขึ้นอีกครั้งจากความจริงที่ยืนยันได้

 

 

                               เฮอะ   ฟังดูน่าสนุกนี่แต่ว่านะกองทัพของเรานี่แหละที่จะบั่นคออาเทน่าได้ก่อนมันเสียอีก   เฟลเมลลุกขึ้นสวมเซอร์พลีสหมายเข้าเข้าพบผู้นำกองทัพแพนโดร่าตามเวลาที่ถูกเบิกตัว  

 

 

                        เฮ้อ   ช้าไม่ได้แล้วเจ้าราดาแมนทีสคงเล่นงานข้าแน่โทษฐานบังอาจทำให้ท่านแพนโดร่านายเหนือหัวของมันต้องรอนาน 

 

 

                        สุนัขรับใช้ชั้นดีเลยสินะคนคนนั้น 

 

 

                        นั่นสินะ   แต่ว่าความรู้สึกของเจ้าในตอนนี้จะเป็นแบบมันได้หรือเปล่าล่ะความภักดีที่มีต่อกองทัพยมโลกอย่างสุดหัวใจเช่นนั้นน่ะ

 

 

                        พูดอะไรของเจ้า   ซุยเคียวขบเม้มริมฝีปากแน่นพลางหลีกหลบสายตาที่มองเข้ามาค้นความจริงแต่มือเรียวก็ฉวยเชยคางมนให้เงยขึ้นสบสายตาจนได้   ดวงหน้าคมสลักที่โน้มใกล้เข้าลมหายใจร้อนระอุรดระข้างแก้มรุกล้ำให้ใจเตลิดตามอารมณ์

 

 

                               ช่างเถอะ   ข้าจะไปแล้วรูเน่เจ้าช่วยทำแผลต่อจากข้าก็แล้วกัน

 

 

                        ขอรับ

 

 

                        ส่วนเจ้าจากนี้ก็พักผ่อนให้มากๆ ล่ะเรื่องที่เหลือต่อจากนี้ข้าจะจัดการเอง    

 

 

                        อ้อ   นี่ข้าจ้างเจ้ามาเป็นพ่อแม่ตั้งแต่เมื่อไหร่กันไม่เห็นรู้

 

 

                               แล้วอยากรู้รึเปล่า   เสียงนุ่มกระซิบใกล้   แล้วคืนนี้ข้าจะช่วยบอกเองของของข้า   ก่อนจะบรรจงจูบเบาๆ ตรงหน้าฝากมนแล้วจากไปชำระหน้าที่ซึ่งรอคอยอยู่

 

 

                               ซุยเคียวลอบถอนหายใจหลังจากที่ให้รูเน่ทำแผลและจ่ายยาเรียบร้อยแล้ว   ร่างบางอิงกายลงนอนบนที่นอนนุ่มฟูชนิดที่ไม่มีใครหน้าไหนในแซงจัวรี่หรือแม้แต่องค์อาเทน่าจะมีวาสนาได้มาครอบครองก่อนจะผล็อยหลับไปกว่าจะถึงเวลาตื่นแสงเทียงสีสลัวก็สว่างไสวนวลตาไปทั่วห้อง   ที่มุมหัวเตียงรูเน่กำลังจัดเตรียมอาหารค่ำอุ่นๆ และยาขนานใหม่เอาไว้อยู่

 

 

                               ตื่นแล้วหรือครับ

 

 

                        เอ่อ   รูเน่ตอนนี้...”

 

 

                        ก็ราวๆ สามโมงยาม (ช่วงเวลาสามทุ่มถึงเที่ยงคืน) แล้วล่ะครับ

 

 

                        เจ้าอยู่กับข้ามาตลอดทั้งวันเลยหรือ

 

 

                        ข้าเพียงแต่ทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้นครับ   คนด้อยศักดิ์กว่าตอบจึงค่อยผละไปเตรียมน้ำอุ่นสำหรับอาบไว้รอ

                        .

                        .

                        .

                        ปลายเท้าจุ่มลงในน้ำอุ่นก่อนที่ร่างบางจะเคลื่อนกายหย่อนลงชำระความอ่อนล้าออกจากผิวเนียนละเอียด   ในขณะนั้นรูเน่ก็กำลังเทน้ำหอมกลิ่นจรุงใจลงในอ่างเซรามิคขาววาวก่อนจะเคลื่อนกายลงบีบนวดขมับใต้เรือนผมที่รวบเป็นระเบียบไม่ให้เปียกน้ำ

 

 

                               ทำไมนายเจ้าไม่เห็นทำให้ข้าบ้างเลยนะ   ซุยเคียวพึมพำพลางถอนใจ   เงาสะท้อนบนผิวน้ำสีขุ่นราวน้ำนมกลบเกลื่อนรอยช้ำเป็นจ้ำแดงตามเรียวขาและแผ่นอกสะท้อนภาพเรียวหน้ารูปไข่ของเจ้าตัวขึ้นมา

 

 

                               ในโลกนี้มีเพียงเจ้าหรือไงนะที่จะล่วงรู้ลงไปถึงไปถึงจิตใจส่วนลึกของข้า

 

 

                               ซุยเคียวเงยหน้าขึ้นมองดวงหน้าที่ก้มลงมาของรูเน่    แต่ภาพที่ทับซ้อนออกมาในขณะนั้นกลับเป็นของชายหนุ่มผิวขาวขจัดดุจหิมะป่าสีบริสุทธิ์      ปลายผมสีเงินยวงระย้านั้นแปรเปลี่ยนเป็นสีนิลสนิทและดวงหน้าอันอ่อนวัยกว่าก็กลายเป็นดวงหน้าคมคายที่เคยคุ้นอันแสนคิดถึงกำลังยิ้มอย่างเอ็นดู  ความงดงามราวเทพบุตรนั้นไม่สมควรที่จะระบายไว้ซึ่งความระทมทุกข์ยิ่ง

 

 

                               ข้าเข้าใจเจ้านะ   ไม่ใช่ว่าเจ้าตั้งใจทำให้ข้าเจ็บปวดหรอกเพียงแค่...ไม่อยากให้ข้าที่เป็นอิสระจากสายสัมพันธ์ของเราลืมเลือนเจ้าไปอย่างง่ายดาย แต่ว่านะ   รสสัมผัสของเจ้านั้นมันทำให้กายของข้าเร้าร้อนกว่าที่ใครจะทำได้   รสจูบที่แสนหวานยิ่งกว่าหวานอันดูดดื่มของเรามันยังติดตรึงอยู่ไม่จางหายเช่นนี้แล้วเรื่องที่ข้าจะลืมเจ้าคงไม่มีวันเป็นไปได้แน่ทว่าเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่านั้น... คือ ทำอย่างไรจึงจะลืมเจ้าได้   เคียวโกเงา  

 

 

                               ขอข้าแตะแก้มของเจ้าได้ไหมรูเน่   ริมฝีปากที่เผยรอยยิ้มลิ้มละไมไหว้วอนพลางเทียบปลายนิ้วเรียวแตะเนินแก้มของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา  

 

 

                               ได้สิขอรับ    ไม่เพียงแต่คำตอบรับที่ทำให้ซุยเคียวรู้สึกประหลาดใจเท่านั้น   หากคนที่เคยได้ยินมาว่าชื่นชมความเงียบสงัดจนใบหน้าอ่อนวัยที่เห็นนั้นเรียบเฉยไม่เคยได้แต้มระบายด้วยอารมณ์ความรู้สึกใดๆ เลยกลับมอบรอยยิ้มชวนมองอีกด้วย

 

 

                               รู้สึกดีจังนะ   ถ้านายเจ้าทำให้ข้าแบบนี้บ้างก็คงดีไม่น้อยเลย

 

 

                                มิได้หรอกครับ   แส้เพลิงไฟเยอร์วิปสะบัดวาดพันรัดเอาเรียวแขนทั้งสองแนบกับลำคอระหงอย่างรวดเร็ว   รอยยิ้มเมื่อครู่จางหายไปแล้วแทนที่ด้วยความเย็นชาอันแผ่รังสีอำมหิตน่าหวาดหวั่น

 

 

                               จะเอาคนสองคนมารวมเป็นคนๆ เดียวคงไม่ได้   มือข้างที่จับด้ามแส้นั้นฉุดดึงให้ร่างบางตกกระแทกออกจากอ่างมานอนเปลือยเปล่าบนพื้นพรมกำมะหยี่   เหมือนท่านจะยังไม่เข้าใจสินะ   เหตุที่ข้ารูเน่ผู้นี้มักแสวงหาความสงัดเงียบนั้นเป็นเพราะข้าอ่านใจได้ยังไงล่ะครับ      พรสวรรค์อันโสมมช่วยให้ข้าเรียนรู้เกี่ยวกับมนุษย์ได้มากเลยที่เดียว

 

 

                               เหมือนกับท่านนั่นแหละครับ  ชายหนุ่มจิกเรือนผมดึงดวงหน้างามที่ตื่นตระหนกขึ้นมาเผชิญหน้า   จิตใจที่เต็มไปด้วยตัณหาราคะไร้ยางอาย   ความคิดที่หวนคำนึงแต่เรื่องกามอารมณ์แสนสกปรกชวนสะอิดสะเอียนท่านก็เป็นแค่มนุษย์ที่โหยหาถึงแต่เรื่องพรรค์นี้เท่านั้นล่ะครับ

 

 

                               เรียวขาบางถีบร่างของอีกฝ่ายอย่างฉุนเฉียว

 

 

                               เจ้าจะไปรู้อะไรอย่างเจ้าน่ะแค่อ่านใจได้จะมารู้ถึงจิตใจข้าได้อย่างไร   ซุยเคียวเหยียดชันขาลุกขึ้นก่อนจะเร่งคอสโมหมายสะบัดให้หลุดจากแส้พันธนาการ   เกิดอะไรขึ้นทำไมข้าถึงรวบรวมคอสโมไม่ได้หรือว่ารูเน่เจ้า...สารเลว   ตะโกนด่าได้เพียงเท่านั้นความเหน็บชาต่างๆ ที่เกิดตามกล้ามเนื้อก็กลืนกินเสียจนหมดเนื้อตัว

 

                               ท่านซุยเคียวข้าต้องขออภัยด้วยได้โปรดไปกับข้าดีๆ เถอะครับ   ผู้พิพากษาย่างเท้าเข้าใกล้เรียวแขนกว้างถอดเสื้อคลุมที่สวมอยู่ห่มให้ร่างบางแล้วโอบมาสู่อ้อมแขนอุ้มขึ้นพาดบ่าพาไปสู่ชั้นทางเดินใต้ดินที่ห้องพิจารณาไต่สวนนักโทษ   ยาที่ข้าจ่ายท่านไป   มันเป็นยาที่ลิดรอนและปั่นป่วนพลังในกายทำให้ตอนนี้ท่านก็ไม่ต่างจากคนอ่อนแอธรรมดาทั่วไป

 

 

                               เจ้าทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร

 

 

                               เพราะเราสามารถวางใจในตัวท่านที่แปรพรรคมาจากฝ่ายศัตรูเหมือนกับคนอื่นๆ ที่ไม่ค่อยไว้ใจท่านครับ  

 

 

                               รวมถึงนายของเจ้าด้วยใช่ไหม   ร่างบางถามเสียงสั่น   ถ้าหากการที่รูเน่สามารถอ่านใจได้เป็นเรื่องจริงซุยเคียวก็อดสูตัวเองนักที่จะเผยความหวั่นไหวในใจให้อีกฝ่ายรับรู้   รู้ซึ้งถึงความจริงอันน่าเจ็บปวด

 

 

                               ทำไมจึงทอดทิ้งข้า   ตัวข้าไม่ดีพอที่จะให้เจ้าไว้ใจหรือข้าทรยศเพื่อเจ้าทำทุกอย่างเพื่อเจ้าได้   ขอร้องล่ะอย่าทิ้งข้าไว้คนเดียวเลยโปรดพาข้าไปด้วย   อย่าไปนะข้าเป็นของของเจ้าไม่ใช่หรือ...อย่าไป...”

 

 

                               อ้อมแขนบางโผเข้ากอดรอบแผ่นหลังของอีกฝ่าย   แต่กลับถูกซัดกระเด็นออกไปอย่างแรงหากไม่มีหิมะที่ตกหนาไม่หยุดหย่อนก็คงเจ็บหนักไม่น้อยที่เดียว  

                               ซุยเคียว   จงไปซะตอนนี้ตัวข้าไม่ต้องการเจ้าแล้ว

 

 

                               ขอรับ   ตอบพร้อมหลับตานิ่ง   เราสายกันมากแล้วนะครับรีบไปกันดีกว่าเพราะที่รอท่านไม่ได้มีแต่สองตรีทูตที่เหลือหรอกนะ

 

 

                               เปลวคบเพลิงที่ยวงเย็นราวน้ำทะเลในห้วงมหาสมุทรลุกโชนอยู่อย่างเงียบๆ ไม่เหมือนดั่งเปลวเพลิงสีส้มเจิดจ้าบนพื้นโลกซึ่งโชยปะทุกันอย่างเริงร่าราวกับนักระบำ   ถึงกระนั้นแสงสีอ่อนก็ยังคงให้ความสว่างสุกสลัวได้ดียิ่งกว่าแสงเทียนอันริบหรี่  

 

 

                               สำหรับซุยเคียวแล้วการก้าวเดินลงสู่ห้องพิพากษาใต้ปราสาทเป็นครั้งแรกดูไม่น่าพิศสมัยน้อยกว่าที่คิดเพราะทางเดินบันไดแทนที่จะเก่าแก่ทรุดโทรมกลับถูกสร้างด้วยหินอ่อนอย่างงดงาม   เสา   ซุ้มประตูโค้งรวมถึงราวบันไดแลล้วนแต่เสลาสลักได้อ่อนช้อย   และยิ่งลงไปลึกเท่าไหร่ความสว่างไสวก็ดูจะเพิ่มพูนน่ามองยิ่งกว่าบนตัวปราสาทเสียอีก

 

 

                               แหม   กว่าจะมาได้เล่นเอารอซะเมื่อยเลย   เสียงทุ้มกังวานไม่คุ้นหูทักขึ้นทันทีเมื่อรูเน่แบกร่างบางมาถึง   มานั่งสินี่เก้าอี้ของเจ้าไง   มือเรียวยาวตบเบาะนั้นเบาๆ

 

 

                               ท่านซุยเคียวครับท่านที่นั่งอยู่นั่นคนทางขวาที่มีผมสีทองคือ เทพนิทรารมณ์ฮิปนอส่วนท่านที่อยู่ทางขวาผมสีเงินคือ เทพมรณาทานาธอส   รูเน่กระซิบแผ่วแล้วค่อยๆ วางร่างที่พาดแบกมาลงบนเกาอี้พิงพนักตัวเล็กที่อยู่ระหว่างสองเทพก่อนจะผูกผ้าขาวปิดรอบดวงตามัดมือเข้ากับพนักแขนมัดเท้าเข้ากับขาเก้าอี้ข้างหน้า

 

 

                               จะ...จะทำอะไรน่ะ

 

 

                               อืมม์   ถามง่ายดีนะ  เทพทานาธอสเชยคางของอีกฝ่ายขึ้นบีบไรแก้มทั้งสองข้าง   การูด้าอย่างที่รู้เจ้าสู้ทรยศกองทัพแห่งอาเทน่ามาฝักฝ่ายกับพวกเราเพราะภักดีต่อท่านอาโรนร่างทรงขององค์ฮาเดสที่เจ้าคอยดูแลเสมอมาแต่ว่าไอ้กากเดนที่อยู่ตรงนั้นมันดันบอกว่า...ชีวิตทั้งหมดของเจ้ามีไว้เพื่อเคียวโกเงานายของมัน

 

 

                               เพราะเรื่องของเคียวโกเงานั่นน่าสนใจอยู่ไม่น้อย   เทพนิทราจิบชากลิ่นหอมชวนเคลิบเคลิ้ม   และข้าก็คิดว่าเจ้าคงจักรู้มันดีกว่าใคร   เทพหนุ่มทรงสง่าฉวยดอกฝิ่นสีแดงดุจโลหิตขึ้นมา

 

 

                               ไหนลองบอกหน่อยสิว่าเจ้ากับมันเกี่ยวข้องกันอย่างไร   กลีบดอกฝิ่นแตะไรแก้มชื้นเหงื่ออย่างนุ่มนวลเริ่มเลื่อนไล่ลงตามผิวบางไปเรื่อยๆ   หยอกแหย่ลำคอเรียวระหงลูบโลมเลยผืนไหล่มนสู่หน้าท้องที่เกรียวเร่าอย่างทรมาน

 

 

                               อะ...อัล อัลอย่า   ห้วงลมหายใจอ่อนระทวยขับออกจากริมฝีปากที่พร่ำครางชื่อของใครบางคนออกมาเรียกความสนใจจากเหล่าบุรุษที่รายล้อมเพื่อรอฟัง

 

 

                               เป็นอย่างไรอุ่นดีไหมล่ะ ร่างกายของมนุษย์ด้วยกันนี่   มือเรียวสวยของชายหนุ่มโอบประคองศีรษะของคนที่นอนหอบอยู่ใต้ร่างของตนขึ้นมาเชยลิ้มชิมรสหวานกลมกล่อมจากริมฝีปากบวมช้ำ

เรือนกายชุ่มเหงื่อเบียกซุกซึ่งกันและกันอย่างเร้าร้อน

 

 

                               แล้วพอทำแบบนี้ล่ะ   ปลายลิ้นชุ่มโชกลามเลียไปทั่วแผ่นอกขาวนวลก่อนจะเย้าหยอกที่ยอดปลายสีแดงฉ่ำ   พร้อมที่จะให้ข้าสอดใส่แล้วหรือยัง...พร้อมที่จะมาเป็นของของข้า   เสียงนุ่มถามและเมื่อดวงหน้าเรียวรูปไข่ของเด็กหนุ่มในความทรงจำอันยาวนานผงกหน้าด้วยความเอียงอาย   ท่อนธารอันสมบูรณ์ก็สอดแทรกสัมผัสลึกล่วงล้ำเข้ามาภายใน

 

 

                               อ๊า อ๊า...เจ็บอึก   ซุยเคียวครางสวาทอย่างหยุดไม่ได้พลางบิดเกร็งร่างกายอยู่เป็นพลันวัน ข้า   เป็นของของเจ้าแล้ว...อา   เป็นของเจ้า   ที่ปลีขาบางเรียวเปียกเลอะไปด้วยของสีขาวดุจน้ำนมที่ถูกขับออกจากร่างกาย

 

 

                               เห   ไม่น่าเชื่อที่แท้ก็เป็นอย่างนี้เองหรือ   ทานาธอสขบยิ้มเย็น   มิน่าเจ้าถึงรักมันเสียขนาดนี้   ยอมทรยศทั้งพวกพ้องและศิษย์เพื่อกลบเกลื่อนจุดประสงค์ที่แท้จริงน้ำเน่าสิ้นดี

 

 

                                แต่ข้าพอใจนะ   มือเรียวของฮิปนอสทัดดอกฝิ่นที่เรือนผมสลวยสีน้ำลึก   มนุษย์ที่เพียรหาคุณค่าให้กับตัวเองเพื่อใครบางคนเช่นนี้   ดวงตาสีบุษราคัมสงบเหลือบมองสองผู้คุมกฎที่อยู่ห่างออกไป  

 

                               น่าเอ็นดูนัก   ริมฝีปากเย็นเยือกบบดจูบลงอย่างรุนแรงขบขยี้เข้าไปภายในเพื่อเร่งเร้าเสียงกรีดร้องทุรนทุรายออกจากร่างบาง   เจ้าน่ะ คงรักศักดิ์ศรีของตัวเองมาสินะ

 

 

                               อย่า อือม์ อือ อือ   ซุยเคียวนอนนาบลงบนแท่นทรมานหลังจากที่ได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ   ดวงตาสีพลอยดำคลอไปด้วยความอดสู่เบี่ยงหลบสายตาที่ทอดมองจากคนอื่นๆ จนเหลือบไปเห็นร่างหนึ่งซึ่งตอนที่ยังเป็นคนอยู่คงจะสมบูรณ์กำยำอยู่ไม่น้อย   แต่บัดนี้ส่วนที่เรียกได้ว่าเป็นแขนขากลับดูเหมือนไม้แห้งๆ ที่บิดงอผิดรูปน่าสยดสยอง สันกรามที่ฉีกหักห้อยลงจากข้างแก้มยับเยินไปด้วยบาดแผล สันกล้ามตรงแผงอกขาดเปื่อยเพราะพิษแส้

 

 

                               ทิโทนัส!   แม้จะเหลือแต่ซากหรือกลายสภาพเหลือเพียงกากเดน   หากซุยเคียวได้เห็นรอยแผลไฟลวกเกือบทั้งตัวที่เด่นชัดเมื่อไม่อยู่ใต้เสื้อก็จำได้ทันทีว่าชายผู้นี้คือจอมขมังธนูที่เคยรู้จัก

 

 

                               มันว่าไม่เต็มใจเล็งยิงเจ้า   เรือนผมสีทองอรุณสูดดมกลิ่นอายที่ซอกคอ   แถมยังปากแข็งเรื่องนายของมันอีกด้วย

 

 

                               ปล่อยข้าไอ้เทพโสโครก   ซุยเคียวถมน้ำลายเปียกเหนียวใส่ดวงหน้าคมสลัก ท่ามกลางความตื่นตะลึงของทุกคน   เหมือนร่างบางจะเป็นบ้าถลาเตลิดไปที่ชายซึ่งใกล้ตายเต็มที

 

 

                               อัล   ดวงตาสีพลอยดำระบายน้ำคลอใสไหลผ่านเรือนแก้มโดยไม่สนว่าร่างเปลือยเปล่าของตนจะประจักษ์สู่สายตาคนอื่น   นายของเจ้าอยู่ที่ไหน เขาอยู่ไหน      

 

 

                               อะ...อ้านชุยเอียว...อ้า ฮายอ้าน...”   ชายผู้ใกล้ตายกระเสือกกระสนพยายามเปล่งเสียงออกมาแต่กลับสำลักอย่างรุนแรงจนเลือดพ่นเป็นฝอยออกจากจมูกเปราะเปื้อนไปทั่วดวงหน้ารูปไข่ที่เลอะทั้งน้ำตาก่อนจะสิ้นใจลงในที่สุด

 

 

                               ทิโทนัสเดี๋ยวก่อนสิ ทิโทนัส   ซุยเคียวเขย่าร่างคนตายหวังจะให้ตื่นขึ้นจากห้วงมหรรณพ

 

 

                               น่าเสียดายนะ   มือเรียวเย็นดุจแท่งน้ำแข็งของเทพทานาธอสทึ้งดึงเรือนผมของชายหนุ่มจิกลากให้ผละลุกออกจากคนตาย   ทั้งที่มันจะมีชีวิตอยู่กับลูกทั้งสามซึ่งกำพร้าแม่ได้อีกนานแท้ๆ

 

 

                               ลิ้นที่บังอาจถมน้ำลายใส่คู่แฝดข้านี่ตัดทิ้งซะดีไหมนะ   ว่าพลางบีบไรแก้มแน่นก่อนจะโอบอ้อมแขนเย็นยะเยือกรั้งให้ร่างบางตกอยู่ในอ้อมอกแข็งกร้าวดุจป้อมปราการ

 

 

                               เทพมรณะผู้ไม่อ่อนโยนนั่งพิงเก้าอี้พนักโดยมีร่างบางของตรีทูตหนุ่มซึ่งถูกมัดมือไพล่หลังนั่งคร่อมอยู่บนตัก   เทพเจ้าและมนุษย์ต่างแลกรสจูบอันดุจเดือดเข้าหากัน   ปลายลิ้นสีเชอรี่เลียลิ้มรอบริมฝีปากล่างชิมรสเลือดของเทพที่เกิดจากไรฟันขาววาวของเจ้าตัวกัดลิ้นที่บังอาจรุกกล้ำเข้ามา   แต่เทพนิทรากลับปิดโอกาสโดยเบียดริมเข้าเคล้าคลึงอีกหน

 

 

                               ดูเหมือนร่างกายของเจ้าจะมีอำนาจฝืนเหนือจิตใจนะ   เทพนิทรากระซิบ   จิตใจอันอ่อนแอของเจ้า   แท่งธารสวบสวนเข้าช่องเนื้อนิ่มหลั่งของเปียกเหนียวคลั่งค้างอยู่ภายใน

 

 

                                อ๊า...ขะ ขอร้องล่ะอย่ามองนะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ   ดวงตาสีพลอยดำฉ่ำชื้นด้วยน้ำตาที่คลอไหลท่วมแก้มถูกสองเทพแฝดขจัดด้วยปลายลิ้นปิดฉากกิจกรรมอุบาทว์ลงด้วยการผลักร่างที่บอบช้ำไปทั้งตัวลงกับพื้น

 

 

                               จากนี้ไป   เทพมรณะเหยียดปลายเท้าเหยียบศีรษะของขุนพลหนุ่ม   ใจและกายของเจ้าจะไม่เป็นเพียงของใครคนใดคนหนึ่งอีก แต่จะเป็นของกองทัพเป็นขององค์ฮาเดสจงจำไว้ให้มั่น

 

 

                               สองเทพผู้ทารุณเหยียดหยามเลือนร่างหายไปชั่วพริบตา

 

 

                               สาหัตถ์มาก   ท่อนแขนกำยำของราดาแมนทีสประคอง ร่างซึ่งนอนหมดสติขึ้นมาโดยมีรูเน่หยิบยื่นผ้าคลุมมาปิดวางความเปลือยเปล่านั้นให้ก่อนจะถูกยกกลับไปยังโลกเบื้องบน

 

 

                                ไอ้สองเทพนั่นมันก็แค่อยาก...โธ่เว้ย ทำไมพวกเราถึงทำอะไรไม่ได้เลย

 

 

                               ท่านเฟลเมล   รูเน่ขึ้นเสียงเตือนผู้เป็นนาย   โปรดระวังด้วยเถอะครับ ถ้าท่านไม่อยู่อีกหนึ่งแล้วใครจะคอยดูแลท่านซุยเคียวล่ะครับ

 

 

                               ตัวข้าเองก็ไม่ต้องการให้ใครหน้าไหนมาเป็นผู้คุมกฎนอกเหนือจากพวกเราเช่นกัน...ซุยเคียวมีความสำคัญต่อท่านอาโรนนักถ้าพวกเจ้ามั่วกันจริงอย่างข่าวลือนั่นแล้วก็คงดูแลกันได้สินะ

 

 

                               ราดาแมนทีสส่งร่างบางให้เฟลเมลก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับรูเน่

 

 

                               ซุยเคียว   ดวงหน้าคมคายแนบแก้มอย่างอ่อนโยน   จากนี้ไปจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่จึงจะรักษาแผลใจของเจ้าได้กันนะ

 

 

หัวใจที่แหลกสลายและแหลกสลายและแหลกสลาย

จะคงอยู่ได้จากการแหลกสลาย

ผ่านความมืดอนาธากาล

แม้นเดียวดายหากจักแข็มแข็ง