Aiacos Happy Birthday 2010

posted on 07 Jul 2010 22:50 by granary-brown  in FanFic

สวัสดีค่ะ หมู่นี้ฝนก็ตกบ่อยแต่ไม่รู้ทำไมอากาศร้อนจังเลยเนาะ

ก่อนอื่นเลยต้องขออภัยจริงๆ นะพี่นาฟ คือว่าตอนที่แต่ง

Master&Boy'butter ที่เอามาลงมันคือร่างๆ น่ะค่ะ

คิดว่ามันน่าเกลียดถ้าจะเอามาลงต่อ ของดลงเลยนะค่ะจนกว่าจะปูเรื่องใหม่เสร็จ

>o<"  ขอโต้ดน้า

แต่ว่าวันนี้ือวันเกิดขอตัวละครโปรดทั้งที รินซึ่งไม่มีเรียนวันนี้ก็

ต้องไปทำงานพิเศษทั้งวันที่ร้านหนังสือ เลยเขียนไม่เสร็จ!!!! รู้สึกว่าตัวเองนี่ไร้ความรับผิดชอบสิ้นดี

ถ้าหากจะไม่ลงฟิกนี้ในวันนี้ ดังนั้นเอาไปครึ่งตอนก่อนนะค่ะ

 

SPECIAL Fiction saint seiya(yaoi)

Aiacos Happy Birthday 2010

          :MinosxAiacos

          :ปฐพีเร่รัก

 

                  ความแห้งแล้งคือเหตุผลที่แผ่นดินแห่งนี้อ้างว้างกันดารจนกระทั่งกระแสลมรวมถึงกาลเวลาไหลลามผ่านแผ่นดินให้ภินท์พังเหลือเป็นเม็ดทรายเล็กๆ   เป็นเกล็ดผงแวววาวอย่างที่กรวดดินเป็นทับถมทวีปกว้างให้กลายเป็นทะเลทรายอันที่สุดซึ่งสายตามนุษย์จะมองภาพไกลตาได้คือ  เส้นขอบกว้างกว้างสีครามจรดตัดกับแผ่นดินสีส้มสีน้ำตาล

 

                   ไม่มียอดหญ้าต้นไหนจะขึ้นเขียวขจีบนผืนทราย แต่หากน้ำฝนที่นานๆ หนจะตกครั้งหนึ่งไหลรวมกันใต้ชั้นหินชั้นดินจนเกิดตาน้ำขึ้นมาแล้วกลายสภาพเป็นทะเลสาบขนาดเล็กให้เป็นของขวัญล้ำค่าจากธรรมชาติสำหรับเผ่าคนทรายเร่ร่อนแล้วก็กองคาราวานพ่อค้าด้วย

 

                   “ฟังๆ แล้วไม่เห็นจะน่าอยู่เลย” เสียงงัวเงียขัดขึ้นก่อนที่เสียงหาวจะดังตามมา “แล้วตกลงพวกคนทรายก็อาศัยอยู่ในทะเลทรายจริงเหรอไวโอเลท”

 

                   “ค่ะ ข้าเองก็เคยอยู่ที่นั้นตอนยังเด็กสาว” หญิงผู้เล่าเรื่องยิ้มด้วยความสุขเล่นเอาคนที่มองอยู่กระพริบตาใสใส่ “ท่านคงสงสัยสินะคะ จริงอยู่ที่ทะเลทรายไม่น่าจะมีอะไรดีแต่ว่าสำหรับพวกคนทรายแล้วการได้ใช้ชีวิตอันสงบสุขกับพวกพ้องคือความสุขที่ไม่ต้องไขว่คว้าดิ้นรนไปหาจากที่ไหนๆ หรอกค่ะ”

 

                   “ข้า...ไม่เข้าใจไวโอเลท” หาวไปพลางพูดไปพลางแล้วล้มตัวลงนอนด้วยความง่วงเต็มประดา “คนทรายคงรักพวกพ้องมากแต่ว่านะไม่มีใครหยิบยื่นสิ่งเหล่านั้นในที่นี่หรอก ที่นี่ไม่ต้องการ”

 

                   กล่าวจบจึงปิดตาหลับ ดวงหน้าแสนไร้เดียงสาขนตางอนยาวพริ้มทาบแก้ม  ไวโอเลทมองภาพเหล่านั้นด้วยแววตาสีส้มดุจปลายเพลิงซึ่งสะท้อนด้วยความรักใคร่ หญิงสาวเอื้อมมือหมายจะแตะปลายผมที่เธอช่วยแปรงหวีทุกวันแต่ก็ยั้งมือไว้

 

                   “ท่านยังอ่อนเยาว์ ยังเด็กจึงไม่เข้าใจว่าท่านเองก็โหยหาความอบอุ่นมากแค่ไหน” เอ่ยพลางจัดชายผ้าห่มคลุมร่างที่หลับแล้วให้เข้าที่ “ข้าหวังว่าถ้าหากถึงวันที่ข้าไม่อาจอยู่ดูแลท่านได้  ท่านจะออกค้นหาสิ่งที่ต้องการอย่างแท้จริงด้วยตนเองจนเจอนะคะ ท่านซุยเคียว” 

 

                   แสงเชิงเทียนเกือบจะถูกดับอยู่แล้วแต่ด้วยเสียงขานนามของหญิงสาวที่ดังจากอีกฟากหนึ่งของประตูทำให้ห้องนอนของหนึ่งในสามตรีทูตต้องรับแขกเพิ่มขึ้นในคืนนี้

 

                  “เขาหลับแล้วหรือ” เด็กหนุ่มในชุดคลุมผู้พิพากษาเหลียวมองอยู่แวบหนึ่งแล้วจึงเบือนสายตาจับจ้องอยู่ที่ไวโอเลทซึ่งคุกเข่าค้อมคำนับอยู่บนพื้นพรม

 

                   “ดึกดื่นป่านนี้ไม่ทราบว่าท่านต้องการให้ข้ารับใช้เรื่องใด”

 

                   ดวงตาอันเย็นเยียบราวถูกหลอมสลักจาดแท่งน้ำแข็งมองหญิงสาว   เขาตั้งใจสัมผัสถึงชีพจรที่เต้นด้วยจังหวะราบเรียบ   ก่อนจะยิ้มบางเมื่อรับรู้ได้ถึงการแผ่รังสีซึ่งทั้งคุกคามระคนความหวาดระวังแสดงให้เข้าใจความนึกคิดของสัตว์สมิงตนนี้ว่ากำลังปกป้องด้วยสัญชาตญาณแห่งความเป็นแม่

 

                   “ข้าหนึ่งในสามตรีทูตได้รับคำสั่งจากท่านแพนโดร่าให้มอบหมายงานนี้ให้เจ้า”     เด็กหนุ่มเดินผ่านหญิงสาวไปหยุดฝีเท้าข้างเตียงแล้วก้มคอมองเล็กน้อยพอดีที่แสงจันทร์สาดทาบเรือนผมสีเงินยวงเพียงซีกข้างเสริมให้ร่างสูงเพรียวดูสลัวมัวตาคล้ายดวงวิญญาณ

 

                   “จงฟังให้ดี”

 

                   “บีฮีทมอธ ไวโอเลทน้อมรับบัญชา” ขานรับพร้อมเงยหน้าขึ้นสบดวงตาวาวโรจน์สีทองก่อนจะเลื่อนมองซุยเคียวด้วยใจที่หมายมาดถึงอนาคตอันใกล้แสนใกล้อย่างอาทร หญิงสาวคาดได้ว่าทำไมจึงไม่มีการสั่งการผ่านมายังท่านซุยเคียว     เมื่อตรีทูตตุลาการแห่งยมโลกกริฟฟิน เฟลเมลมาหาด้วยตัวเองแล้วจะ ต้องคิดต่อรองให้เอื้อประโยชน์ให้มากที่สุด

 

                   เพื่อท่านแล้ว สิ่งที่ข้าพอจะทำให้ได้คือเชื่อมต่ออนาคตของท่านให้ก้าวเดินต่อไปด้วยอย่างซื่อ ตรงและบริสุทธิ์

 

                ไวโอเลทหลับตานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเจรจา “หากจะขอ...

 

                    แล้วคราวนี้เฟลเมลก็ต้องเป็นฝ่ายหรุบตาลงต่ำ “สบายใจเถิดข้าจะไม่ทำให้ผิดหวังขอสาบานโดยสติกซ์เป็นพยาน”

 

                เฟลเมลลูบเรือนผมติดกลิ่นหอม เด็กหนุ่มเห็นซุยเคียวตั้งแต่ปลายเท้ายังเล็กแต่ไม่เคยที่จะเข้ามามองใกล้ชิดขนาดนี้    และไม่เคยเห็นสเปคเตอร์ที่ถูกขนานนามใหมู่สเปคเตอร์ด้วยกันว่าเป็นสัตว์สมิงผู้มีพละกำลำงมหาศาลมากที่สุดจะซุกมือเข้ากุมฝ่าเท้าอย่างรักใคร่  หรือไล่นิ้วสัมผัสผิวกายและจูบกระหม่อมล่ำลาอย่างอาวรณ์เป็นครั้งสุดท้าย

 

                   “ราตรีสวัสดิ์นะคะท่านไออาคอส” ไวโอเลทเป่าลมดับไฟในเชิงเทียนก่อนจะเรียกชุดเซอร์พลีสสีนิลมันปลาบสวมใส่แล้วเดินหายภายใต้แสงเงาราวกับละลายร่างเป็นอากาศธาตุ   

 

                    หลังจากวันนั้นก็นับเวลารวมได้สามปีเต็มแล้วที่เด็กหนุ่มจะตื่นขึ้นมาในห้องที่เขาไม่ได้เป็นเจ้าของ เมื่อดวงตาสีนิลกาฬงามน้ำหนึ่งหรี่มองผ่านแสงแดดที่ส่องลอดไรม่านโปร่งบางก่อนกระตาขับไล่ความมึนงงแล้วจึงพ่นเสียงถอนใจเบา  

 

                    “นอนไม่หลับเหรอ” เสียงทุ้มลึกถามขึ้นจากร่างที่นอนตะแคงหลับตาอยู่ข้างๆ “เมื่อคืนเจ้านอนดิ้นเหลือเกินไออาคอส”

 

                    “มีนอสเลยพลอยนอนไม่หลับไปด้วยเลย” ร่างเพรียวบางพลิกตัวหันเข้ากอดพลางซบหน้าซุกกับแผ่นอกกว้างกำยำ “ก็มันอบอ้าว...แถมข้าฝันอีก” ว่าพร้อมกับไต่นิ้วสองนิ้วเหมือนเป็นคนเดินไปตามหมอนนอนหนุนหัวเรื่อยๆ พาลไปแตะนิ้วถึงส่วนเส้นผมสีเงินยาวสยาย

 

                    “ทะเลทราย...นั่นน่ะนะ” ชายหนุ่มเปิดเปลือกตาแล้วเลิกคิ้วสูง “ขวัญเอยขวัญมา” พลอบโยนแล้วกอดให้ร่างที่เล็กกว่าขึ้นมานอนข้างบนตัว   สามปีเต็มตั้งแต่ไวโอเลทตายไออาคอสก็ไม่เคยกลับไปนอนที่ห้องเดิมของตัวเองเลย แม้จนทุกวันนี้เชิงเทียนที่ถูกดับ หนังสืออ่านก่อนนอนที่คั่นหน้าเดิมไว้รวมถึงสิ่งของอื่นๆ ก็ถูกทอดทิ้งปิดตาย

 

                   เรา...คือข้า

 

                   “หืม” ครางพร้อมยกมุมปากยิ้ม “ขอจูบทีนะ”

 

                   “อ๊ะ ไม่เอาหรอกน้ำก็ไม่อาบฟันก็ไม่แปรง”   ยันมือทั้งสองซ้อนปิดปากคนรุ่มร่ามแล้วดีดตัวขึ้น ไออาคอสก้าวลงบนพื้นอย่างเร่งรีบมือข้างหนึ่งก็คว้าผ้าขนหนู     แต่อีกมือดันถูกคนร่างผายสูงคว้ารั้งเอาไว้ก่อนจะกวาดอ้อมแขนกว้างแกร่งกอดกระชับเบียดชิดกันและกัน

 

 

 

v

v

v

v

v

v

 

 

ค่า ขอบคุณสำหรับคำติชมนะึคะพี่นาฟ

 

ว่ารินเอาไปลงบลอคดีม่าช่วยบอกหน่อยน้อ

 

ปล. ตอนหน้าที่ใกล้จะลง ND หนู๋ซุยเคียวเลือกไหลโกรกเลยอ่ะ อยากอ่านจังเนอะ

 

ปล.2 ถ้าเจ้าพอลมันทายผิดว่าสเปนจะชนะรินจะสรรเสิญมัน

 

           แต่ถ้ามันถายถูกไม่ต้องถึงมือรินหรอกที่จะตุ๋นมัน หมอพอลฟันธง เฮียอยู่เยอรมันคนเยอรมัน

 

           พากันกินเมนูหมึกยักษ์คงจะตุ๋นพอลลงท้องไปด้วยแน่